โรคริดสีดวงทวาร ถือเป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อย โดยเกิดจากการที่เส้นเลือดขนาดและบริเวณเยื่อบุช่องทวารหนัก โป่งพองออกมา รวมถึงมีการหย่อนยานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของเยื่อบุช่องทวารหนักด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคนั้นมีหลายอย่าง เช่น ภาวะท้องผูก และการเบ่งอุจจาระนานๆ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย อาหารรสจัด หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นอาการของริดสีดวงทวาร
ขณะเดียวกันในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเชื้อโรค เชื้อไวรัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาใช้ห้องน้ำสาธารณะ จนทำให้ต้องหลีกเลี่ยง และกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ่ายแข็ง หรือถ่ายยาก รวมถึงอาการ อื่น ๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนของริดสีดวงทวารก็จะถามหาได้เช่นกัน
โดยเราสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย ว่าเราอาจเข้าข่ายเป็น โรคริดสีดวงทวาร ได้ดังนี้
1. ถ่ายเป็นเลือดสด ๆ จำนวนมาก หรือมีติดเลือดกระดาษชำระ นับว่าเป็นอาการที่พบบ่อยของริดสีดวงทวาร (ทั้งนี้อาการถ่ายเป็นเลือดยังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบริเวณลำไส้ตรง หรือลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หากเป็นรุนแรงขึ้นอาจมีอาการเหล่านี้เพิ่มขึ้น เช่น มีอุจจาระก้อนเล็กลง ท้องผูก รู้สึกถ่ายไม่สุด รวมถึงท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้องน้อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด)
2. มีติ่งเนื้อโผล่ออกมาจากรูทวารขณะ หรือภายหลังการขับถ่าย หรือเบ่งถ่าย ซึ่งอาจต้องดันกลับ หรือสามารถยุบกลับเข้าไปได้เอง
3. เวลาขับถ่ายจะรู้สึกปวดหน่วงบริเวณทวารหนัก เพราะเส้นเลือดดำปลายทวารหนักบวมอักเสบ หรือโป่งพอง บางคนอาจมีอาการคันรอบปากทวารหนักร่วมด้วย
“นอนไม่หลับ” แถม “ท้องผูก” สมุนไพร “ชุมเห็ด” ช่วยได้
หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย และรักษาอย่างเหมาะสม
ที่มา
คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลกรุงเทพ