เป็นเรื่องธรรมดาในฐานะนักกีฬา หรือคนที่ชื่นชอบกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ น่าจะเคยผ่านประสบการณ์บาดเจ็บกันมาบ้างไม่มากก็น้อย
กล้ามเนื้อคือส่วนที่มีโอกาสได้รับบาดเจ็บมากที่สุด ถึงแม้เราจะระมัดระวังมากแค่ไหน เพราะการใช้ร่างกายไปกับกิจกรรมอย่างกีฬา คือการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เกิดอาการปวด ระบม ตึง หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งหรือทั่ว ๆ ตัวเกิดขึ้น
ซึ่งสาเหตุมักจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่หนักมากจนเกินไป หรือเนื่องจากท่าทางและการจัดระเบียบร่างกายที่ไม่ถูกต้องในการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การยกน้ำหนัก หรืออื่น ๆ
ร่างกายเราซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บได้เองโดยธรรมชาติ
อาการปวดกล้ามเนื้อเหล่านี้ถ้าได้พักร่างกายสามารถซ่อมแซมจนหายเองได้ ถ้าไม่ได้พักก็อาจจะกลายเป็นปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังที่เรียกว่า Myofascial Pain Syndrome ซึ่งมีการปวดเกิดขึ้นจากการที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อบางส่วนหด เกร็ง ค้าง ไม่ยอมคลายตัวที่เรียกว่า Trigger Point (TrPs)
ออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่ออกให้ถูกวิธี จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ได้รับการบำบัดย่อมดีกว่า
Trigger Point (TrPs) มีวิธีการรักษาก็มีหลายวิธี ได้แก่ วิธีทางทำกายภาพบำบัด ใช้ความร้อนลึก เช่น อัลตราซาวนด์ ยืดกล้ามเนื้อ และนวดบำบัด
หากอาการยังไม่ดีขึ้น การบำบัดรักษาด้วยการใช้เข็มคลายจุด Trigger Point ก็เป็นวิธีการที่ได้ผลดี ซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกว่าฝังเข็ม แต่ทว่าการใช้เข็มรักษาปวดกล้ามเนื้อนั้นมี 2 แบบคือ
การแพทย์แผนปัจจุบัน
การคลายจุดเจ็บในกล้ามเนื้อด้วยเข็มเปล่า เรียกว่า Dry Needling หรือ การแทงเข็มเปล่า (แห้ง) เป็นการรักษาโรคปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็งค้างที่เรียกว่า Myofascial Trigger Point โดยใช้เข็มสะกิดให้เกิดการคลายตัวของ Trigger Point อาการปวดก็จะหายไปได้
คลายจุดเจ็บในกล้ามเนื้อด้วยการฉีดยาชา เรียกว่า Trigger Point Injection with Lidocaine เป็นการฉีดยาชาเข้าไปใน Trigger Point และใช้เข็มฉีดยาสะกิดให้เกิดการคลายตัวของ Trigger Point อาการปวดก็จะหายไป
การฝังเข็มแบบแพทย์แผนจีน (Acupuncture)
ฝังเข็มเพื่อปรับสมดุลของร่างกายตามแนววินิจฉัยโรคของการแพทย์แผนจีน ซึ่งจะปักเข็มลงไปตามจุดฝังเข็มที่อยู่บนเส้นลมปราณ กระตุ้นให้ลมปราณไหลเวียน ร่างกายรักษาตนเอง
การรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง Myofascial Pain Syndrome ด้วยเข็มนั้น มีลักษณะผสมผสานของการฝังเข็มทั้ง 2 รูปแบบโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและให้การรักษาร่วมกับการส่งทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกายเพื่อการรักษาต่อไปจึงจะได้ผลดี
เตรียมตัวสำหรับฝังเข็ม
1. รับประทานอาหารตามปกติก่อนมาฝังเข็มเสมอ เพราะถ้าท้องว่างมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นลมได้ง่าย
2. พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่อ่อนเพลีย
3. ควรสวมเสื้อผ้าแบบสบาย ๆ กางเกงหลวม
4. ขณะรับการฝังเข็ม ถ้าอาการผิดปกติ เช่น มีอาการปวดมากขึ้น หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการฝังเข็ม
1. เป็นลม สาเหตุเกิดจากตื่นเต้น กลัวเข็ม ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องว่าง หิวข้าว หรือเกิดจากการกระตุ้นเข็มมากไป
2. เข็มติด เข็มงอ เข็มหัก จากการขยับตัวเวลาปัก พยายามอยู่นิ่งให้มากที่สุด
3. เลือดออกจากการปักเข็มถูกเส้นเลือดที่อยู่ใต้ผิวหนังหรืออยู่ในกล้ามเนื้อ อาจเกิดได้ ตอนถอนเข็มต้องกดทันทีเพื่อหยุดเลือดไม่ให้ออก
4. ลมขังในโพรงเยื่อหุ้มปอด ข้อแทรกซ้อนนี้ค่อนข้างรุนแรง แก้ไขโดยแพทย์ต้องระมัดระวัง ไม่ปักเข็มในบริเวณที่อาจทะลุเข้าปอดได้ และต้องอยู่นิ่ง ในขณะทำการฝังเข็ม
ที่มา รพ.กรุงเทพ