การออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬา ช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรคได้ก็จริง แต่หากเราออกกำลังกายไม่ถูกวิธี หรือออกกำลังกายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ซึ่งอาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงบาดเจ็บรุนแรง
สาเหตุของการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย-เล่นกีฬา
-การใช้งานซ้ำและหนักมากเกินไป
-อุบัติเหตุระหว่างออกกำลังกาย หรือ เล่นกีฬา เช่น จากการปะทะ การกระแทก หรือเกิดขึ้นจากตัวเอง
-ขาดน้ำ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
-ขาดการอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา
อาการบาดเจ็บที่มักจะบ่อย เช่น การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ จากการเล่นเวท, การบาดเจ็บของเอ็น ข้อต่อ ข้อเท้า ข้อเข่า ในการเล่น ฟุตบอล วิ่ง, การบาดเจ็บที่หลัง อย่าง กีฬากอล์ฟ, กล้ามเนื้อบวม รวมถึง กระดูกหัก เป็นต้น
เป็น “โรคหัวใจ” ก็ออกกำลังกายได้ พร้อมข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง
รักษาอาการบาดเจ็บในการเล่นกีฬา
การรักษาอาการบาดเจ็บในการเล่นกีฬา ในช่วง 1 – 3 วันแรก จะใช้หลักการที่เรียกว่า RICE คือ
Rest : พัก หยุดการเคลื่อนไหว ในส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือลดกิจกรรม และพยายามลดการลงน้ำหนักบริเวณที่บาดเจ็บ
Ice : ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บ ครั้งละ 15 – 20 นาที ทุก 2 – 3 ชั่วโมง
Compression : พันกระชับส่วนที่บาดเจ็บด้วยม้วนผ้ายืด Elastic Bandage
Elevation : ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงเพื่อช่วยลดบวม
วิธีป้องกันอาการบาดเจ็บ
-ใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่งกายให้เหมาะสมกับประเภทกีฬา มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพ
-รู้ขีดจำกัดและความพร้อมของร่างกายตัวเอง ไม่ฝืน ดื่มน้ำให้เพียงพอ
-วอร์มอัพร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ให้เกิดความพร้อมและมีความคล่องตัวก่อนการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
-คูลดาวน์ ก็สำคัญช่วยลดระดับความร้อนในร่างกายและทำให้หัวใจเต้นช้าลงจนเป็นปกติ
-ใช้ความระมัดระวังทุกครั้งขณะเล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย
เปิดคู่มือการออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
ก่อนจะกลับไปออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาอีกครั้ง ควรทำอย่างไร
ก่อนอื่นจะต้องปรับโครงสร้างของร่างกายให้มีความฟิตความพร้อม โดยเน้นเสริมสร้างความยืดหยุ่น, ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ, ฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อ ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อพร้อมแล้วค่อยกลับมาออกกำลังกายตามปกติ
ที่มา รพ.เปาโล, รพ.กรุงเทพ, รพ.สมิติเวช