นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook หมอเจด เตือนผู้หญิงหลายคนเวลาเริ่มมีอาการแปลก ๆ มักคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย” อย่างท้องอืดบ้าง ปวดท้องน้อยบ้าง ประจำเดือนแปลกนิดหน่อย ก็คิดว่าเครียด ฮอร์โมน หรือพักผ่อนน้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวของ “มะเร็งรังไข่” คือช่วงแรกมันมักไม่ได้มีอาการชัดเลย แล้วอาการที่มี ก็ดันเหมือนเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันอีก หลายคนเลยปล่อยจนกว่าจะรู้ตัว ก็ลุกลามไปแล้ว
ท้องอืด แน่นท้องบ่อย ทั้งที่ไม่ได้กินเยอะ
อันนี้เป็นอาการที่ผู้หญิงมองข้ามเยอะมาก เพราะคิดว่าแค่ลำไส้รวนหรืออาหารไม่ย่อย แต่ถ้าท้องอืดบ่อย แน่นท้องง่าย อิ่มเร็วผิดปกติ แล้วเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ อันนี้ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะก้อนหรือความผิดปกติในรังไข่ อาจเริ่มกดหรือรบกวนช่องท้องได้
ปวดหน่วงท้องน้อย หรือปวดหลังแปลก ๆ
หลายคนคิดว่าใกล้มีประจำเดือน หรือปวดจากนั่งนาน แต่ถ้ามีอาการปวดหน่วง ๆ ในอุ้งเชิงกราน ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือปวดหลังแบบหาสาเหตุไม่เจอ โดยเฉพาะถ้าเป็นแทบทุกวัน อันนี้ควรตรวจ เพราะบางครั้งอาการจะเป็น ๆ หาย ๆ จนหลายคนเผลอชินกับมันไป
ปัสสาวะบ่อยขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ดื่มน้ำเยอะ
ถ้ามีก้อนหรือความผิดปกติในอุ้งเชิงกราน บางครั้งจะไปกดกระเพาะปัสสาวะ เลยทำให้รู้สึกปวดฉี่บ่อย ปัสสาวะไม่สุด หรือเข้าห้องน้ำถี่ขึ้น โดยที่ไม่ได้ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ บางคนกลางคืนต้องลุกมาปัสสาวะบ่อยขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นเลย
อิ่มเร็ว กินได้น้อยลงผิดปกติ
อันนี้คนชอบคิดว่า “ก็ดีสิ จะได้ผอม” แต่จริง ๆ ถ้ากินนิดเดียวแล้วแน่น อิ่มเร็ว กินได้น้อยลงเรื่อย ๆ แบบไม่เหมือนเดิม อาจเป็นสัญญาณว่ามีอะไรในช่องท้องกำลังรบกวนระบบทางเดินอาหารอยู่ก็ได้ ยิ่งถ้ามีแน่นท้องร่วมด้วย ยิ่งไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังหลายเดือน
ประจำเดือนเริ่มผิดปกติ หรือมีเลือดออกแปลก ๆ
ตนไม่ได้หมายความว่ามะเร็งรังไข่ทุกคนจะมีเลือดออกนะ แต่ถ้าประจำเดือนเริ่มแปลกไป เลือดออกกะปริบกะปรอย เลือดออกหลังหมดประจำเดือน หรือรอบเดือนเปลี่ยนชัดโดยไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ควรเช็ก โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 40+ ขึ้นไป หรือคนที่ประจำเดือนเริ่มรวนผิดปกติชัดเจน
น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย แบบไม่มีสาเหตุ
บางคนไม่ได้ลดอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกาย แต่น้ำหนักลง เหนื่อยง่าย เพลีย ไม่มีแรง อันนี้ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่าอาจมีการอักเสบหรือความผิดปกติบางอย่างอยู่ อย่าคิดว่า “ผอมลงก็ดี” อย่างเดียว เพราะบางครั้งร่างกายกำลังใช้พลังงานผิดปกติจากโรคที่ซ่อนอยู่ก็ได้
หมอเจดระบุต่อว่า มะเร็งรังไข่ช่วงแรก มักเงียบกว่าที่คิด นี่แหละที่น่ากลัว เพราะมันไม่ได้มีก้อนให้คลำง่าย ๆ เหมือนบางโรค แล้วอาการช่วงแรกก็เหมือนโรคกระเพาะ ลำไส้ หรือฮอร์โมนทั่วไป หลายคนเลยรักษาผิดจุดอยู่เป็นเดือนเป็นปี กว่าจะตรวจจริง ก็เริ่มลุกลามแล้ว โดยเฉพาะคนที่คิดว่าอาการเล็ก ๆ ไม่น่าจะเป็นอะไรนี่แหละ ซึ่ง คนที่มีความเสี่ยง ควรใส่ใจมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม ไม่เคยมีลูก มีภาวะอ้วน หรืออายุมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็น แต่หมายความว่าควรระวังเป็นพิเศษ สังเกตร่างกายตัวเองให้มากขึ้น และอย่าปล่อยอาการเรื้อรังไว้เฉย ๆ รวมถึงควรตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เพื่อให้เจอความผิดปกติได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้สิ่งที่อยากให้ผู้หญิงทุกคนจำไว้คือ…มะเร็งรังไข่ไม่ได้เริ่มจากอาการหนักเสมอไป หลายครั้งมันเริ่มจาก “อาการเล็ก ๆ ที่เป็นทุกวัน” แต่เราเลือกมองข้ามมันเอง เพราะคิดว่าเดี๋ยวหาย ถ้าร่างกายเริ่มไม่เหมือนเดิม ท้องอืดบ่อย ปวดหน่วง อิ่มเร็ว หรือมีอะไรแปลกไปนานหลายสัปดาห์ อย่าปล่อยผ่านนะ เพราะยิ่งรู้เร็ว โอกาสรักษาได้ก็ยิ่งมากขึ้น