สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในปี 2569 ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลันอย่างใกล้ชิด เมื่อน้ำเริ่มลดลง หลายครัวเรือนต้องเร่งสำรวจและทำความสะอาดบ้านเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่การเข้าไปจัดการบ้านหลังน้ำลดจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องระบบไฟฟ้า สัตว์อันตราย และสิ่งปนเปื้อนที่มากับน้ำ
จึงควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม และดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายเพิ่มเติม
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- รองเท้ายาง ใส่เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าที่อาจจะรั่วในบริเวณพื้นบ้านมาดูดท่านได้
- ไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่างที่ใช้แบตเตอรี่
- ที่ตักโคลนด้ามยาว เพื่อใช้ตักโคลนและเศษขยะจากท่อระบายน้ำ
- ถุงมือยาง หน้ากากกันฝุ่น ผ้าปิดปาก ไขควงตรวจสอบไฟฟ้ารั่ว
- อุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาดทางมะพร้าว แปรงขัดต่างๆ โดยแนะนำว่าควรใช้แบบพลาสติกไม่ควรใช้แปรงโลหะเพราะจะเกิดสนิมจากเศษแปรง
- ที่ถูพื้นแบบแปรงขัด
- พลั่วเพื่อใช้โกยขยะและขุดดิน
- น้ำยาทำความสะอาดชนิดต่างๆ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ถังน้ำ ขันน้ำ ผ้าแห้ง
- ผ้าดิบที่ซื้อแบบยกหลาแล้วตัดเป็นแผ่นในขนาดพอดีใช้งาน และกระดาษทิชชูแบบม้วนใหญ่ๆ ไว้เช็ดทำความสะอาด ฯลฯ 10 11 12
- สเปรย์ไล่ความชื้น สเปรย์ไล่ความชื้น ไว้ฉีดไล่ความชื้นในระบบไฟฟ้าหรือเครื่องมือต่างๆ และฉีดกันสนิมหลังจากเช็ดทำความสะอาดหรือแห้งแล้ว
- กระดาษทรายเพื่อขัดสนิม
- เครื่องเป่าแห้งแบบใช้แบตเตอรี่ สำหรับการเริ่มต้นก่อนเปิดระบบไฟฟ้าของบ้าน และแบบใช้กับไฟฟ้าบ้านซึ่งจะใช้เมื่อแน่ใจว่า ระบบไฟฟ้าทั้งหมดปลอดภัยในการใช้งานแล้ว
- ท่อน้ำขนาดเล็ก เพื่อใช้เป่าไล่น้ำบริเวณพื้นที่เล็กๆ เช่นในท่อร้อยสายไฟฟ้า และท่อน้ำเพื่อใช้ต่อท่อน้ำเพื่อฉีดน้ำทำความสะอาด
- ไม้ไผ่หรือไม้ลวกยาวๆ เพื่อใช้ทะลวงท่อน้ำทิ้ง
- ที่ปั้มส้วม
- เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
- เครื่องสูบน้ำแบบพกพา
- กล้องถ่ายรูปและหนังสือพิมพ์ฉบับวันปัจจุบันช
- ถังขยะพร้อมถุงขยะจำนวนมาก
การดำเนินการ
- การเข้าไปในบ้านที่น้ำเพิ่งจะลดนั้นแนะนำว่าควรไปแต่เช้า เนื่องจากในช่วงแรกเราอาจจะไม่สามารถเปิดระบบไฟฟ้าแสงสว่างได้ ต้องใช้เวลากู้ระบบช่วงหนึ่ง ถ้าเข้าไปในเวลาช่วงเย็นหรือค่ำการดำเนินการอาจไม่มีความสะดวกและไม่ปลอดภัย
- สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ถ่ายรูปความเสียหายของบ้านให้ถ่ายรูปก่อนดำเนินการแก้ไข เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องขอค่าชดเชยต่างๆ ในภายหลัง ควรถ่ายให้เห็นบ้านเลขที่และหนังสือพิมพ์ที่มีวันที่ปัจจุบัน ถ้ามีร่องรอยงัดแงะจากการโจรกรรมให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วย โดยเฉพาะท่านที่ทำประกันโจรกรรมไว้จะเป็นประโยชน์ในการไปเรียกร้องสินไหมทดแทนต่อไป
- ให้ท่านเปิดประตูและหน้าต่างๆ ทุกบานเท่าที่ทำได้เพื่อให้ความชื้นภายในบ้านระบายออกไปให้เร็วที่สุด
- เรื่องแรกที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากที่สุดและต้องดำเนินการเป็นอย่างแรกคือการตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยให้ท่านใส่รองเท้ายางจะได้ปลอดภัยจากการถูกไฟฟ้าดูดที่อาจมีในบริเวณบ้านและในตัวบ้าน การสัมผัสส่วนต่างๆ ของบ้านที่เป็นโลหะต้องใช้ความระมัดระวังให้มาก เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากไฟฟ้าดูด
- ไม่ควรเข้าไปในบ้านที่ยังมีน้ำท่วมพื้นบ้านอยู่ ถ้าสามารถทำได้ควรรอจนน้ำลดระดับและพื้นบ้านแห้งเสียก่อน หากยืนอยู่ในน้ำหรือเท้าเปียกน้ำ ต้องไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า เปิดปิดสะพานไฟ หรือเสียบปลั๊ก หรือเปิดปิดสวิตช์ใดๆ ทั้งสิ้น
- ให้ท่านใช้ไขควงตรวจสอบไฟฟ้าแตะบริเวณที่เป็นโลหะต่างๆ เพื่อทดสอบว่ายังมีไฟฟ้าไหลอยู่หรือไม่ จากนั้นให้ไปที่สะพานไฟฟ้าหลักหรือคัทเอาท์หลักเพื่อตรวจสอบว่าได้ปิดสวิตช์สะพานไฟฟ้าหลักออกแล้วอย่างแน่นอน
- เมื่อท่านแน่ใจแล้วว่าระบบไฟฟ้าทั้งหมดปิดไปหมดแล้วจึงเริ่มดำเนินการแก้ไขระบบอื่นๆ และทำความสะอาดบ้านต่อไป แต่ให้ระวังถ้าต้องเดินบนพื้นกระเบื้องหรือแผ่นหินขัดมันที่เปียกน้ำเพราะอาจหกล้มได้
- ในระหว่างทำความสะอาดถ้าต้องรื้อของตามซอกต่างๆ ให้ระวังสัตว์อันตรายที่อาจจะซ่อนตัวในตามหลืบเหล่านั้นพุ่งออกมาทำร้ายเราได้ ดังนั้นทุกครั้งที่จะรื้อค้นของตามซอกหรือมุมให้หาไม้ยาวๆ เขี่ยหรือเคาะก่อน และใช้ไฟฉายส่องดูสภาพด้านในก่อนเสมอ
เรื่องนี้ให้ปฏิบัติทั้งบริเวณบ้านที่ถูกน้ำท่วมและส่วนของบ้านที่ไม่ถูกน้ำท่วมด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย