10. ซาลูกิ (Saluki )
สนนราคาราว 87,500 บาท ซาลูกิหรืออาราเบียน กาเชล ฮาวด์ (Arabinan Gazelle Hound) สุนัขล่าเนื้อพันธุ์หนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากอียิปต์ ด้วยลักษณะผอม สูง ขายาว หน้าแหลม หูเป็นขนคล้ายพู่ สง่างาม แต่หน้าตาอาจจะแปลกไปสำหรับคนไทยเลยไม่เป็นที่นิยมนักในบ้านเรา ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับลักษณะและขนของมัน
9. เฟรนช์ มาสทิฟ (French Mastiff)
ราคาอยู่ที่ 150,000 บาท เป็นสุนัขที่รูปร่างสูง สง่างาม และแข็งแรง โดยปกติเมื่อสุนัขยืนจะมีความสูง 24 นิ้ว และน้ำหนักมากกว่า 45 กก. ดูราคาก็น่าจะบอกว่าคนธรรมดาย่อยไม่มีสิทธิ์ ทำให้พันธุ์นี้เป็นที่นิยมของมหาเศรษฐี ซึ่งการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้จะบ่งบอกถึงฐานะและรสนิยมของผู้เลี้ยงนั่นเอง
8. อียิปต์ ฟาโรห์ ฮาวด์ (Egyptian Pharaoh Hound)
ราคาอยู่ที่ 87,500 - 227,500 บาท โดยต้นสายพันธุ์ของสุนัขพันธุ์นี้เป็นถึงสุนัขล่าสัตว์ ทำให้มันเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์เป็นที่สุด โดยทุกวันนี้พันธุ์นี้หาได้ยาก ด้วยลักษณะผอมบาง ปราดเปรียว กระฉับกระเฉง มีหูเหมือนค้างคาว ทำให้เหมาะที่จะเลี้ยงในพื้นที่กว้างให้ได้วิ่งอย่างเป็นอิสระ
7. แคนนาเดียน เอสกิโม ด็อก (Canadian Eskimo Dog)
ราคาอยู่ที่ 245,000 บาทเป็นอย่างต่ำ เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่หายากมากด้วยจำนวนที่อยู่อย่างจำกัดเพียง 500 ตัวในทวีปอเมริกาเหนือ โดยมันเป็นสุนัขที่เหมาะสำหรับการผจญภัยแต่ควรจะเป็นการเดินทางในเขตที่มีอากาศหนาวเท่านั้นเพราะเจ้าตัวนี้มันขี้ร้อนมาก คนไทยทั้งหลายจึงอดไปตามๆ กัน
6. โลเชน (Lowchen)
ราคาประมาณ 150,000 - 280,000 บาท ในอดีตสุนัขพันธุ์นี้ไม่ใช่ว่าใครก็เลี้ยงได้แต่มีไว้สำหรับชนชั้นสูงในยุโรปเท่านั้น ด้วยความที่ลักษณะของมันคล้ายกับสิงโต คนจึงนิยมเรียกมันว่า "สิงโตน้อย" ซึ่งเป็นสุนัขตัวเล็ก กะทัดรัด มีขนยาวนุ่ม โลเชนเป็นสุนัขที่อารมณ์ดี เป็นมิตร มีชีวิตชีวา และร่าเริง จึงทำให้เป็นที่รักของทุกคน
5. เชา เชา (Chow Chow)
พันธุ์นี้เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ที่คนไทยนิยมเลี้ยงกันมาก แต่ราคาของมันไม่ใช่เล่นๆ อยู่ที่ 35,000 - 297,500 บาท พันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ฉายาของมันที่ใครๆ ก็รู้คือ "สิงโต" แต่มันกับเป็นมิตรและอัธยาศัยดีมาก แถมยังมีพละกำลังอันเอ่อล้น คล่องแคล่วว่องไว ตื่นตัวอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่ตัวอ้วนกลมเพราะมีขนหนารอบคอ แต่จุดเด่นที่แท้จริงของมันกลับอยู่ที่ลิ้นที่จะมีสีเทาไปจนถึงสีดำ
4. โอลด์ อิงลิช บูลด็อก (Old English Bulldog)
เพราะความที่เป็นบลูด็อกที่ไม่ธรรมดา ราคาจึงอยู่ที่ 87,500 - 315,000 บาท ลักษณะเด่นของมันก็คือใบหน้าของสุนัขพันธุ์นี้จะย่นย้อยและสีหน้าดูไม่พอใจแถมยากที่จะเข้าใจตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่อ่อนหวาน ขี้เล่น และจริงใจ จึงเป็นที่นิยมมากในเมืองไทย
3. ซามอยด์ (Samoyed)
ราคาอยู่ที่ 140,000 - 385,000 บาท เป็นสุนัขหน้ายิ้ม มีความเป็นมิตร เข้าได้กับคนทุกคน ปกติจะทำหน้าที่เห่าเตือนเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี สายพันธุ์นี้นิยมนำไปฝึกเป็นนักแสดงเพราะฝึกง่าย ไม่ดุและเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดูทันสมัย พาไปเดินเล่นที่ไหนใครๆ ก็ต้องทักเพราะทนความน่ารักของมันไม่ไหว
2. คาวาเลียร์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)
ราคาของเจ้าตัวนี้ปาไปถึง 35,000 - 490,000 บาท สุนัขพันธุ์นี้มีขนาดเล็กเหมือนตุ๊กตา นิสัยเป็นมิตรกับทุกคนและเป็นที่รักของเด็กเพราะขนาดตัวที่เล็กหนักประมาณ 6-10 กก. ขนยาวปานกลาง มีหูยาว ขนหยิก โดยชื่อของสายพันธุ์ตั้งตามพระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งประเทศอังกฤษ
1. ธิเบตัน มาสทิฟ (Tibetan Mastiff)
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 70,000 - 245,000 บาท เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ใหญ่มากๆ อีกสายพันธุ์หนึ่ง จึงมีฉายาว่า Big Splash ลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์นี้คือซื่อสัตย์ สงบ และมีอัธยาศัยดี แต่คนส่วนใหญ่จะเกรงกลัว โดยตัวที่ตัวใหญ่ที่สุดเมื่อยืนจะสูง 31 นิ้ว และมีน้ำหนักมากสุดสูงถึง 100 กก.เลยทีเดียว ทำให้มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 52,500,000 บาท