เฉลยความจริง...การกินผงชูรส ไม่ได้ทำให้ผมร่วงแต่ทั้งหมดอาจมาจากพันธุกรรม หรือ พฤติกรรม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คำพูดที่ว่า "กินผงชูรส" มากกระวังผมร่วง น่าจะเป็นคำพูดที่เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดมา แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง คนที่ผมร่วงส่วนใหญ่มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์ด้วยตัวเอง

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันอีกครั้ง อย่างที่รู้ ผงชูรส มีสารสําคัญคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมท หรือที่ย่อกันว่า MSG  ซึ่งประกอบด้วยโซเดียมและกรดกลูตามิก โซเดียมคือเกลือ ส่วนกรดกลูตามิกคือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน กรดกลูตามิกเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย ทําให้ร่างกายสร้างกรดอะมิโนจําเป็นตัวอื่น และยังเป็นส่วนประกอบของสารกลูตาไธโอนอีกด้วย องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้จัดให้ MSG เป็นสารที่ปลอดภัย หรือที่เรียกว่า Generally Recognized as Safe (GRAS)

ส่วนประเด็นที่ สงสัยว่า การกินผงชูรสมาทำให้ผมร่วงนั้น ยังไม่มีรายงานถึงความสัมพันธ์ของการบริโภคผงชรสแล้วผมร่วง โดยผู้ป่วยมักเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับอาการผมร่วง เช่น สวมหมวกนิรภัย หรือรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ่อยๆ แล้วทำให้ผมร่วง มีเพียงแต่รายงานในวารสารทางการแพทย์ตั้งแต่  40 กว่าปีมาแล้ว ที่พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารจีนและเกิดอาการชาที่แขน คอ และหลัง ร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น แน่นหน้าอก หน้าแดง และเป็นลม ซึ่งเป็นอาการที่รู้สึกไม่สบายชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น โดยกลุ่มอาการดังกล่าวเรียกว่า Chinese restaurant syndrome หรืออีกชื่อหนึ่งคือ MSG symptom complex นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อาจจะมีการกระตุ้นให้โรคหอบหืดและไมเกรนกําเริบได้ 

ส่วนสาเหตุของผมร่วงสามารถเกิดได้จาก

1. โรคผมบางจากพันธุกรรมถ่ายทอดผ่านทางหลายยีนมากกว่าร้อยละ 60 ของผู้ชายมีภาวะผมบาง ศีรษะล้าน ถ่ายทอดจากบิดา
2. ฮอร์โมนเพศชาย จะทำให้เส้นผมเล็กลงเรื่อย ๆ และหลุดร่วงไปในที่สุด เริ่มจากแนวผมที่เถิกร์นไปหรือบางตรงกลางกระหม่อม
3. ผมร่วงหลังคลอด
4. ผมร่วงฉับพลันจากการเจ็บป่วย มีไข้สูงต่อเนื่อง เช่น ไข้เลือดออก
5. การเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง ผู้ป่วยเอชไอวี
6. โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์
7. ภาวะขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินบี 2 (riboflavin)
8. ภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะการขาดโปรตีน ส่งผลให้ผมเส้นเล็ก หรือร่วงง่าย
9. ความเครียดรุนแรง
10. ภาวะหนังศีรษะอักเสบ หรือการแพ้สัมผัสอย่างรุนแรงบริเวณหนังศีรษะ เช่น แพ้ยาย้อมผมอย่างรุนแรง
11. หลังจากได้รับยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin ยาลดความดันกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ และยากลุ่ม Lithium
12. การรับสารพิษ เช่น โลหหนักปริมาณต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน หรือปริมาณมากแบบฉับพลัน
13. การถอน ดึง แกะ หรือเกาผมตนเอง บริเวณเดิมเป็นประจำอย่างยาวนาน อาจทำให้ผมบริเวณนั้นไม่ขึ้นอีกเลย

ที่มา 
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ