"ทวารวดี" อาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ต้นกำเนิดพุทธศิลป์แห่งสยามประเทศ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ชวนรู้จัก อาณาจักรทวารวดี รัฐโบราณในดินแดนไทย ที่นอกจากจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ยังมีศิลปกรรมเป็นเอกลักษณ์ จนถูกขนานนามว่า "ต้นกำเนิดพุทธศิลป์แห่งสยามประเทศ"

“ทวารวดี” เป็นหนึ่งในอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12–16 (ราว พ.ศ.1101 - 1600) สันนิษฐานจากหลักฐานว่า มีพื้นที่ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคกลางตอนล่าง หรือภาคตะวันตกของประเทศไทยในปัจจุบัน

และยังมีชื่อเรียกทวารวดีในภาษาอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น โตโลโปตี ในบันทึกของภิกษุจีนจิ้นฮง หรือคำว่า จวนโลโปติ และเชอโฮโปติ ในหลักฐานต่าง ๆ

รู้จัก "มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้" หลังยูเนสโกรับรอง "สงกรานต์"

รู้จัก "ไพร่-ทาส" 2 ระดับศักดินา ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น

มองประวัติศาสตร์ ยุค “พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ” ผ่านพงศาวดาร สมเด็จพระพนรัตน์ฯ

 

ทวารวดี มีจริงไหม?

ก่อนการค้นพบหลักฐานที่หนักแน่นพอ นักวิชาการไม่สามารถจัดกลุ่มโบราณสถานหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ ให้เป็นของไทย ขอม และมอญ เนื่องจากหลักฐานที่พบมากมาย โดยเฉพาะในบริเวณลุ่มน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา มีลักษณะคล้ายกับศิลปะอินเดียสมัยราชวงศ์คุปตะ - หลังคุปตะ ราวพุทธศตวรรษที่ 9-13 ตามที่พันตรีลูเนต์ เดอ ลาจองกีเยร์ (Lunet de Lajonguiere) เรียกว่า “กลุ่มอิทธิพลอินเดีย”

อย่างไรก็ตาม ศ.ยอร์ช เซเดส์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศส และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นกลุ่มบุคคลแรก ที่กำหนดชื่อเรียกดินแดนที่เมืองโบราณเหล่านี้ตั้งอยู่ รวมถึงงานศิลปกรรมที่พบว่า “ทวารวดี” โดยใช้เหตุผลของตำแหน่งที่ตั้งอาณาจักร และอายุตามบันทึกของจีน กับอายุของงานศิลปกรรมที่ตรงกัน อาณาจักรทวารวดีจึงกลายเป็นอาณาจักรแรกในดินแดนไทย พร้อมกำหนดอายุตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ลงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 16

ต่อมา พบหลักฐานที่ทำให้นักวิชาการส่วนใหญ่ยอมรับว่า อาณาจักรทวารวดีมีอยู่จริง คือ การค้นพบเหรียญเงิน 2 เหรียญ ที่มีจารึกภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 จากเมืองนครปฐมโบราณ มีข้อความว่า “ศรีทวารวดีศวรปุณยะ” ซึ่งแปลได้ว่า บุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี หรือ บุญของผู้เป็นเจ้าแห่งศรีทวารวดี หรือ พระเจ้าศรีทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ จึงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า อาณาจักรทวารวดีมีอยู่จริง

หลักฐานการมีอยู่ของอาณาจักรทวารวดี ค้นพบที่ไหนบ้าง?

  • ภาคเหนือ ที่อำเภอสวรรคโลก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย, อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดลำพูนและ จังหวัดเชียงใหม่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบทุกจังหวัด ในแต่ละจังหวัดพบมากกว่า 1 แห่งขึ้นไป บางจังหวัดพบว่ามีมากกว่า 7 แห่ง และมีการค้นพบมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ภาคตะวันออก ที่ดงละคร จังหวัดนครนายก, จังหวัดปราจีนบุรี, จังหวัดสระแก้วและจังหวัดชลบุรี
  • ภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี
  • ภาคกลาง กระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำสำคัญต่าง ๆ เช่น แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา

ศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดี อยู่ที่ไหน?

ก่อนหน้านี้ มีนักวิชาการระบุว่า นครปฐม-อู่ทอง เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรทวารวดี โดยมีเจดีย์จุลประโทน เป็นจุดศูนย์กลางของอาณาจักร มีรูปปูนปั้นยุคทวารวดีเป็นรูปเรือสำเภาและคนอินเดีย แสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม หลังการขุดค้นพบเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมหลักฐานต่าง ๆ ภายในบริเวณดังกล่าว ทำให้มีการเสนอความเห็นว่า ศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดี อาจอยู่ที่เมืองศรีเทพ โดยเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม เผยข้อสันนิษฐานของ ศ.ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ ที่ระบุว่า เนื่องจากหากพิจารณาจากศิลปกรรมบนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จะเห็นว่าศรีเทพเป็นสถานที่โบราณคดีแห่งเดียว ที่พบเทวรูปพระกฤษณะ เทพเจ้าในลัทธิไวษณพ ผู้สถาปนากรุงทวารกาหรือทวารวดี

ด้านข้อมูลทางประวัติศาสตร์ก็พบว่า ทวารวดีเป็นเมืองของพระวิษณุ และเป็นชื่อของกรุงศรีอยุธยา อย่าง “กรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา” ส่วนเรื่องภูมิศาสตร์ ศรีเทพยังตั้งอยู่บนแม่น้ำป่าสัก ซึ่งปลายน้ำอยู่ที่พระนครศรีอยุธยา ถิ่นฐานเดิมของชาวสยาม จึงสันนิษฐานได้ว่าศูนย์กลางของทวารวดี อยู่ที่เมืองศรีเทพ ไม่ใช่นครปฐม-อู่ทองแต่อย่างใด

ฝั่งนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วย ก็แย้งว่า โบราณวัตถุที่พบส่วนใหญ่ ไม่ได้สร้างขึ้นในพุทธศาสนา แต่เป็นเทวรูปที่สร้างขึ้นในศาสนาพราหมณ์ อีกทั้งศรีเทพยังตั้งอยู่ในแม่น้ำป่าสัก ห่างไกลจากแหล่งโบราณสถานสมัยทวารวดีอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย

จึงทำให้มี 2 แนวคิดหลัก ๆ เกี่ยวกับที่ตั้งของศูนย์กลางอาณาจักรทวารวดี นั่นคือ ลพบุรี-ศรีเทพ และนครปฐม-อู่ทอง นั่นเอง

สภาพสังคม-เศรษฐกิจทวารวดี

สภาพสังคมในสมัยทวารวดี เป็นเมืองขนาดต่าง ๆ ซึ่งพัฒนาขยายตัวจากสังคมครอบครัวและสังคมหมู่บ้าน มาเป็นสังคมเมืองที่มีชุมชนเล็ก ๆ ล้อมรอบ มีหัวหน้าปกครอง มีการแบ่งชนชั้นทางสังคม ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการปกครอง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเมืองต่อเมืองหรือรัฐต่อรัฐ เป็นความสัมพันธ์ทางการค้า ศาสนา และความเหมือนทางวัฒนธรรม โดยปราศจากความสัมพันธ์ด้านการเมือง

เศรษฐกิจสมัยทวารวดี มีพื้นฐานด้านการเกษตรกรรม มีการค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างเมือง หรือการค้าขายแลกเปลี่ยนกับชุนชนภายนอก ส่วนด้านศาสนาและความเชื่อ อาศัยแนวความเชื่อแบบพุทธศาสนาในลัทธิเถรวาท ควบคู่ไปกับการนับถือศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู ทั้งลัทธิไศวนิกายและลัทธิไวษณพนิกาย โดยศาสนาพราหมณ์ หรือศาสนาฮินดู จะแพร่หลายในหมู่ชมชนชั้นปกครอง

ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ชาวทวารวดีมีการพัฒนาระบบชลประทาน ทั้งภายในและภายนอกเมือง มีการขุดคลอง สระน้ำ การทำคันบังคับน้ำหรือทำนบ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลังในสมัยลพบุรีและสมัยอาณาจักรสุโขทัย นอกจากนี้ยังพบความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านศิลปกรรม เช่น เทคนิคตัดศิลาแลง การสกัดหิน การทำประติมากรรม การหล่อสำริด และการหลอมแก้ว

ด้านการคมนาคม มีการสัญจรทั้งทางน้ำและทางบก ที่นอกเหนือจากการติดต่อกับชาวเรือที่เดินทางค้าขายแล้ว ยังปรากฏร่องรอยของคันดิน ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นถนนเชื่อมระหว่างเมืองด้วย

ศิลปกรรม: ภาพแทนแห่งพุทธศาสนาในอาณาจักรทวารวดี

กรมศิลปากรระบุว่า ศิลปะทวารวดี จัดเป็นศิลปกรรมต้นอารยธรรมสมัยประวัติศาสตร์ ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ณ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 11-16 บรรดาโบราณ วัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถาน ส่วนใหญ่ล้วนสร้างขึ้นในพุทธศาสนาลัทธิหินยาน

และยังปรากฏหลักฐานการนับถือศาสนาพุทธลัทธิมหายานและฮินดูรวมอยู่ด้วย ซึ่งอิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมทวารวดีได้แพร่ขยายไปยังภูมิภาคอื่น ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคใต้ จึงอาจกล่าวได้ว่า ศิลปะทวารวดี คือ “ต้นกําเนิดพุทธศิลป์ในสยามประเทศ”

โดยทั่วไปมักจัดแบ่งกลุ่ม และยุคสมัย พระพุทธรูปศิลปะทวารวดีออกเป็น 3 กลุ่มตามอายุสมัย ได้แก่

  • ศิลปะทวารวดีตอนต้น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 13 จัดเป็นพระพุทธรูประยะแรกของทวารวดีและพุทธศิลปะที่ปรากฏบนผืนแผ่นดินไทย ได้รับ อิทธิพลจากพระพุทธรูปศิลปะอินเดียแบบอมราวดี คุปตะ - หลังคุปตะ
  • ศิลปะทวารวดีตอนกลาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 – กลางพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นกลุ่มพระพุทธรูปมีลักษณะผสมผสานระหว่างอิทธิพลอินเดียแบบหลังคุปตะ แบบปาละ และอิทธิพลพื้นเมือง จัดเป็นกลุ่มพระพุทธรูปเอกลักษณ์ศิลปกรรมสมัยทวารวดี เป็นแบบ ที่พบมากที่สุด
  • ศิลปะทวารวดีตอนปลาย อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15 - 16 จัดเป็นรุ่นสุดท้ายของศิลปะทวารวดี ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมแบบบาแก๊ง และแบบบาปวน

สิ้นสุดอาณาจักรทวารวดี

วัฒนธรรมทวารวดีเริ่มเสื่อมลงราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 เมื่ออิทธิพลวัฒนธรรมแบบขอมโบราณจากประเทศกัมพูชา ที่มีคติความเชื่อทางศาสนาและรูปแบบศิลปกรรมที่แตกต่างออกไปเข้ามาแทนที่

แต่อย่างไรก็ตาม อาณาจักรทวารวดียังต้องการคำตอบอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาณาจักรหรือเมืองอิสระ เมืองศูนย์กลาง อาณาเขตที่แน่นอน หรือแม้แต่ชื่อ ทวารวดี จะเป็นชื่ออาณาจักร หรือชื่อกษัตริย์ หรือชื่อราชวงศ์หนึ่ง หรืออาจเป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มเมืองเจ้าของวัฒนธรรมแบบเดียวกัน เฉกเช่นกลุ่มศรีวิชัยทางภาคใต้ ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องขบคิดและหาหลักฐานมาพิสูจน์กันต่อไป

เรียบเรียงจาก Wikipedia / กรมศิลปากร / ศิลปวัฒนธรรม

ภาพจาก Shutterstock / Wikipedia / กรมศิลปากร

เปิดใจ! ครูขายโรตีเลี้ยงชีพ หลังโดน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดให้ออกจากราชการ

กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566

เปิดสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวด 16 ธันวาคม

TOP ไลฟ์สไตล์
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ