ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยที่แตกต่าง โดยยุค 90 นั้นเริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 1990 – ค.ศ. 1999 ส่วนยุค 2000 เริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 2000 – ค.ศ. 2009 ซึ่งในช่วงยุคที่ทิ้งห่างกันขนาดนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี แฟชั่น ดนตรี อุตสาหกรรม วิถีชีวิต ทุกอย่างล้วนแตกต่างและพัฒนาขึ้นในทุกๆปี แตกต่างกันอย่างไร ไปดูกัน
ยุค 90s ( 1990s ) ค.ศ. 1990 – ค.ศ. 1999
ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง ทศวรรษแห่งแฟชั่น และทศวรรษแห่งความรุ่งเรื่องทางเศรษฐกิจโลก
ยุคที่มาตรฐานการใช้ชีวิตเริ่มดีขึ้น และยังเป็นยุคแห่งการแพร่ขยายของทุนนิยมที่แม้แต่จีนและเวียดนามก็ยังต้องปรับตัวมาร่วมด้วย ทั้งยังเป็นยุคบูมของเทคโนโลยีอีกด้วย ยุคที่สิ่งเก่าใกล้จะถึงจุดจบ โดยที่สิ่งใหม่ยังไม่เริ่มต้นขึ้น สิ่งเหล่านี้ไปถึงจุดสุดยอดในยุค 90 ถือเป็นยุคที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้
ดนตรียุค 90s
ยุคแห่งความหลากหลายทางดนตรีที่ไม่เหมือนยุคไหนๆ ทำให้ผู้คนเริ่มแสวงหา ‘ซาวด์’ ใหม่ๆ จึงก่อเกิดเป็นการใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการผลิตดนตรี ทำให้เกิดเพลงแบบที่ไม่เคยได้ยินขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ดนตรีที่มีลักษณะ ‘ลูกกวาด’ หรือ ‘กระป๋องกระแป๋ง’ มีความซับซ้อนและสร้างซาวด์แบบเฉพาะของ 90 ขึ้นมา
ดนตรีในยุคนี้ เน้นแบบเรียบง่ายๆ ติดหู แต่ก็ยังมีการหยิบยืมวัฒนธรรมดนตรีของคนกลุ่มน้อยในสังคมมาใช้ เช่นดนตรีแบบฟังก์ หรือดนตรีแบบแร็พ จากกลุ่มคนผิวสีในอเมริกา กลายเป็นอุตสาหกรรมดนตรีแบบใหม่ที่มีความผสมผสานกับดนตรีป๊อบเมนสตรีม รวมไปถึงดนตรีประเภท ‘นิวเอจ’ ที่ก้ำกึ่งระหว่างความป๊อบและความเป็นดนตรีคลาสสิกด้วย ซ้ำในยุคนี้ยังเกิดวงดนตรีประเภท ‘บอยแบนด์’ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่เล่นดนตรีไม่เป็น หรือร้องเพลงไม่เก่ง แต่สามารถใช้เทคโนโลยีการอัดเสียงช่วยเพื่อให้กลายเป็นเพลงที่เพราะและฮิตติดหูคนฟัง
เมื่อกล่าวถึงดนตรียุค 90 ของไทย วงที่นึกขึ้นได้ในยุคนี้คงเป็น Hi-Rock และอีกวง Big Ass วงดนตรีที่สร้างเพลงติดหู หากใครได้ยินชื่อวงดนตรีเหล่านี้ก็นึกถึงยุค 90 ได้เลย
แฟชั่นยุค 90s
ยุคนี้เปลี่ยนแปลงการแต่งกายที่มีความเรียบง่ายและไม่เป็นทางการ แต่ในบางช่วงก็ถือว่า จุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายหรือสไตล์มินิมอล ซึ่งสังเกตได้จากลุคยอดนิยมอย่างการใส่ “เดรสทรง สลิป” บนเสื้อยืดสีขาว เช่น เอ็มวีเพลง Baby one more time ของ Britney Spears โดยสวมใส่กางเกงขาสั้น เสื้อ sweater ขนาดใหญ่ ที่ผู้หญิงให้ความสนใจจนได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งแฟชั่นในยุค 60 กับ 70 อย่างมินิสเกิร์ต และสไตล์พังก์ ก็สามารถฟื้นตัวได้ในยุคนี้
ยุค 90 ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแนวเพลงกรันจ์และร็อค ส่งผลให้เสื้อผ้าแนววินเทจเป็นที่ต้องการมากขึ้น จึงมีร้านเสื้อผ้ามือสองเพิ่มเป็นวงกว้าง โดยรูปแบบเสื้อผ้าที่นิยมคือ กางเกงยีนส์ทรงหลวม กางเกงยีนส์ทรงขาด ผ้าใบเรียบ ๆ รวมไปถึงรองเท้าบูท ส่วนเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ก็กลายเป็นชุดลำลองทั่วไป แม้จะแต่งตัวแบบไม่ได้ตั้งใจเน้นแฟชั่น แต่กลับกลายเป็นกระแสแฟชั่นที่โด่งดังแห่งยุคมาจนถึงยุค 2000
ยุค 2000s ( ค.ศ. 2000-2009 )
ยุคที่โลกแฟชั่น Y2K หากนึกถึงเอกลักษณ์ของยุคนี้ผ่านสิ่งของต่างๆคงมีหลายอย่างที่จะทำให้ทุกคนหวนนึกถึงอดีต ในสมัยนั้น อาทิ MP3 , MSN Messenger , WhatsApp , My Space , Blackberry , Napster สิ่งที่คนยุค 2000 คงเคยผ่านกันมาจนเป็นจุดผ่านของชีวิต
ดนตรียุค 2000s
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมดนตรี ยุคที่ดนตรีแนวการาจร็อกกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ดนตรีแนวนี้มีจุดเด่น คือ เสียงที่ดิบและหยาบกระด้าง จังหวะที่ติดหู และการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้ดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกมีความสดใหม่และตรงไปตรงมา
และอีกแนวเพลงที่มีอิทธิพลอย่างมากในยุค 2000 คือ แนวเพลงอีโมและป๊อปพังก์ แนวเพลงนี้ได้รับความนิยมจากผู้ฟังรุ่นใหม่ที่ค้นพบความปลอบประโลมใจจากคอนเซปตของเพลงที่สามารถเข้าถึงความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง เช่น ความอกหัก การค้นพบตัวเอง และความทุกข์ใจของวัยรุ่น และแน่นอนหากพูดถึงเด็กยุค 2000 คงหนีไม่พ้น ค่าย กามิกาเซ่ โฟร์มด ขวัญใจวัยรุ่น ยุค Y2K
แฟชั่นยุค 2000s
สไตล์ที่กลุ่มวัยรุ่น Gen Z แต่งกันอย่างล้นหลามในปัจจุบัน คือ แฟชั่นย้อนยุคแบบ Y2K ซึ่งย่อมาจากคำว่า Year (Y), 2, Kilo (K) ในภาษาละตินหมายถึง 1000 เมื่อรวมกันจึงกลายเป็นคำว่า “Year 2000” หรือ “ปี 2000” โดยผู้คนส่วนใหญ่นิยมเขียนหรือเรียกแบบย่อว่า “Y2K” แทน ซึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของการแต่งตัวแนว Y2K คือ การเน้นไปที่ความสนุก แฝงไปด้วยความขี้เล่นและความกล้า เน้นโชว์สัดส่วนอย่างมั่นใจ เช่น ใส่เสื้อครอปท็อป เสื้อยืดขนาดพอดีตัวพิมพ์ลายกราฟิก กระโปรงมินิสเกิร์ต กางเกงเอวต่ำ พร้อมกับเครื่องประดับ เช่น กระเป๋าใบจิ๋ว หูฟังแบบครอบหู แว่นตากันแดด หมวกสีสันสดใส
ช่วงต้นยุค 2000 ไซส์เสื้อผ้ายังค่อนข้างจำกัดเฉพาะคนที่มีรูปร่างผอมบาง เพราะเสื้อผ้าเน้นความพอดีตัว และในสมัยนั้นยังไม่มีการผลิตไซส์สำหรับคนอวบ จึงอาจจะได้รับความนิยมแค่ในหมู่คนผอม แต่ปัจจุบันมุมมองการแต่งตัวเปลี่ยนไป เปิดกว้างกับผู้คนที่มีรูปร่างหลากหลาย สามารถสนุกกับการแต่งตัวในสไตล์นี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมสูงสุดอีกครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากนักร้องดังๆบางส่วน
แน่นอนว่าไม่ว่าจะยุคไหน จะยุค 90 หรือ ยุค 2000 ทุกคนก็จะมีประสบการณ์ร่วมหลายๆอย่างร่วมกันให้ชวนคิดถึงอย่างแน่นอน อย่างเช่น คำพูดติดปาก อย่าง จ๊าบ เริ่ดสะแมนแตน คิกขุอาโนเนะ ส.บ.ม.ย.ห. กิ๊บเก๋ยูเรก้า เป็นต้น
ข้อมูลจาก :yellowbrick,wikipedia