สหรัฐอเมริกากับรัสเซียกำลังฟื้นฟูสงครามเย็นที่มีลักษณะการขับเคี่ยวระหว่างกันที่ไม่เหมือนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากสงครามใหม่ไม่ได้เป็นเรื่องของความคิดทางด้านการเมืองคือโลกเสรีกับคอมมิวนิสต์ แต่เป็นโลกที่ไม่มีขอบเขตความคิดทางการเมือง
รัสเซียตอกย้ำว่าประเทศเขาเป็นประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเหมือนกันสหรัฐอเมริกา ทำให้วลาดีเมียร์ ปูติน สามารถกลับมาเป็นประธานาธิบดีครั้งที่สามได้ โดยไม่มีใครกล้าเข้ามาแข่งหรือขวางรัศมีได้
ส่วนสหรัฐอเมริกายังคงความเห็นเดิมว่ารัสเซียยังไม่ใช่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยังมีการปกครองแบบเผด็จการ มีระบบที่สืบทอดต่อมาจากระบบเก่าในอดีต ปูตินไม่แคร์ท่าทีสหรัฐแม้แต่น้อย
เขารู้ดีถึงจุดอ่อนจุดแข็งของสังคมรัสเซีย ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวหน้าเคจีบีมาแล้ว เข้าใจถึงจิตใจคนในประเทศและเวทีการเมืองนานาชาติดีมากๆ จะกดปุ่มตรงไหนเพื่อหวังผลอะไรจะเข้าใจได้ทันที จึงไม่แปลก สงครามเย็นครั้งใหม่นี้มีบริบทใหม่ ที่เชือดกันนิ่มๆ ไม่เหมือนเก่า
ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ คือการที่รัสเซียพยายามท้าทายความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาโดยใช้วิธีแฮกเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของราชการสหรัฐ รวมทั้งอีเมล์ส่วนตัวของนางฮิลลารี่ คลินตันด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่า อาจจะมีโอกาสที่มีเรื่องไม่โปร่งใสเกิดขึ้นได้
ที่น่าสนใจที่สุด คือ นายโดนัล ทรัมป์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ได้มาญาติดีกับรัสเซียและได้ชื่นชมความเป็นผู้นำของปูติน พร้อมกับโหมโรงประเด็นเรื่องโอกาสการโกงการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาว่าเป็นไปได้ ซึ่งขณะนี้เป็นประเด็นเผ็ดร้อนในสังคมออนไลน์ว่ามันมีข้อจริงเท็จแค่ไหน ข้อกล่าวหาของทรัมป์จะมีผลในทางบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองสหรัฐอเมริกาโดยตรง
ที่ผ่านมานานเกือบหกทศวรรษ สหรัฐอเมริกาได้ส่งเสริมการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งเป็นองค์กรหลัก ถ้ามีการโกงเลือกตั้งอย่างที่กล่าวหากัน ประชาธิปไตยที่กรุงวอชิงตันเคยหาเสียงนั้นย่อมไม่มีความชอบธรรม
ในภาคสนามรบจะเห็นว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซียต่างแข่งขันกันเพื่อปกป้องกลุ่มที่ตัวเองสนับสนุน คือรัสเซียพยายามที่จะรักษาอำนาจของประธานาธิดีบาเชีย อัสซาด ส่วนสหรัฐอเมริกาพยายามหนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัลซาด อย่างเอาเป็นเอาตาย ให้ทั้งอาวุธและเงินทองเพื่อสร้างแรงกดดันต่อไปโดยเฉพาะในสงครามที่เมืองเอเล็ปโป
ส่วนในเวทีองค์การสหประชาชาติ ทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซียต่างก็เล่นเกมส์การทูตอีกแบบหนึ่งคือพยายามบอกชาวโลกว่าต้องการขจัดกลุ่มหัวรุนแรงไอซิสที่ครองพื้นที่ในเมืองต่างๆ ในซีเรีย ทำให้เปิดโอกาสให้สองมหาอำนาจนี้ได้ร่วมมือกันถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มไอซิส ในขณะนี้ได้มุ่งไปที่เมืองโมซุล
สงครามเยือกเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียคงยังดำเนินต่อไปในอนาคตในรูปแบบสงครามตัวแทน โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ส่วนในทวีปเอเชียความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ยังไม่ถึงขั้นถล่มกันด้วยอาวุธเป็นแค่ระดับสาดโคลนเท่านั้น
นับว่าภูมิภาคนี้ โชคดีเพราะว่าถ้ามีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียโอกาสที่จะใช้อาวุธมีมากขึ้น สหรัฐอเมริกาและจีน ถึงแม้นว่าจะมีความตึงเครียดแต่ไม่ถึงระดับปะทะกันด้วยอาวุธ
ไทยต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะรัสเซียกำลังเข้าหารัฐบาลไทยเพื่อหาพรรคพวก ทางกรุงมอสโครู้ดีว่าไทยเราต้องการเพื่อนมากขึ้น หลังยึดอำนาจสองปีก่อน สงครามเยือกเย็นคงคำเนินต่อไปเพราะความขัดแย้งของมหาอำนาจทั้งสองนี้ ยากที่จะมาปรองดองกัน
AFP Photo