การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของไต้หวันในยุคปี 1980 ทำให้คนหลั่งใหลเข้าสู่เมืองใหญ่ ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
วิธีการกำจัดขยะแบบเดิมๆ ที่ประชาชนนำถุงขยะไปรวมกองไว้ไม่สามารถกำจัดขยะได้ทันตามปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ถุงขยะที่ทับซ้อนกันมากมายรวมกับอาหารที่บูดเน่า ทำให้มีสัตว์สกปรกที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคทั้งหนู แมลงสาบมากมาย รัฐบาลไต้หวันจึงออกกฎหมายให้ประชาชนต้องซื้อถุงขยะของรัฐบาลที่มีบาร์โคดเฉพาะติดไว้ ถ้าไม่ใช้ถุงขยะเหล่านี้จะไม่รับเก็บขยะ ดังนั้นถ้าใครมีขยะมากก็ต้องเสียเงินซื้อถุงขยะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เว้นแต่จะมีการแยกขยะออกเป็นชนิดต่างๆ ตามประเภทขยะ
นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามประชาชนวางถุงขยะไว้บนพื้นเพื่อให้รถขยะมาเก็บ แต่ทุกคนที่ต้องการทิ้งขยะจะต้องเป็นคนถือถุงขยะและนำไปใส่ในรถขยะด้วยตัวเองเมื่อรถมาถึงชุมชน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำรถเป็นผู้คอยดูว่ามีการทิ้งขยะถูกต้องตามประเภทหรือไม่ นอกจากรถขยะแล้วก็จะมีรถรับ Recycle ตามมาเพื่อให้ประชาชนได้นำขยะที่แยกไว้แล้ว ทิ้งตามประเภทขยะ โดยรถทั้งสองจะออกทำหน้าที่พร้อมกันสัปดาห์ละ 5 วัน ด้วยตารางเวลาที่ค่อนข้างแน่นอน แต่หากวันไหนรถขยะเกิดล่าช้าหรือมีเหตุขัดข้อง ก็สามารถเช็คว่ารถขยะอยู่ที่ไหนแล้วผ่าน application ได้แบบ real time
ด้วยการที่เศรษฐกิจไต้หวันขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิคส์ ส่งผลให้ขยะอิเล็กทรอนิคส์เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จากค่าเฉลี่ยของไทยที่ประชากร 1 คนสร้างขยะอิเล็กทรอนิคส์ 6 กิโลกรัมต่อคน แต่ที่ไต้หวันกลับสูงถึง 19 กิโลกรัมต่อคน ทำให้ต้องหาทาง Recycle ขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ และมีบริษัทหนึ่งสามารถที่จะสกัดทองคำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้
ติดตามพัฒนาการของเกาะไต้หวันในการกำจัดขยะได้ในรายการ “รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี” วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 21.00 – 21.30 น. ทาง PPTV HD36