นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวหนังอักเสบและเซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ มีลักษณะเป็นผื่นแดงนูนหนา ขอบเขตชัดเจน มีขุยสีขาวเงิน โดยผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย โรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 2–3 ของประชากรโลก และอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม แม้ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคก็สามารถเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคหรือความไม่สะอาด และไม่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส การกอด การรับประทานอาหาร หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคอาจทำให้ผู้ป่วยถูกหลีกเลี่ยงและส่งผลกระทบ ต่อจิตใจ จึงควรส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม
โรคสะเก็ดเงินอาจกำเริบจากปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด การติดเชื้อ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเกาหรือแกะผิวหนัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีภาวะข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ทำให้ปวดและบวมบริเวณข้อนิ้วหรือกระดูกสันหลัง หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ข้อผิดรูปได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคร่วม เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันพอกตับ และโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากสังคม
ปัจจุบันโรคสะเก็ดเงินยังไม่สามารถรักษา ให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและทำให้ผื่นสงบลงได้ โดยมีแนวทางการรักษาหลายรูปแบบตามระดับความรุนแรงของโรค ได้แก่ ยาทา การฉายแสงอาทิตย์เทียม ยารับประทานกลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน และยาฉีดกลุ่มชีววัตถุ (Biologics) ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ที่มีผื่นแดงนูนหนาหรือผื่นเรื้อรังควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสร้างสังคมแห่งความเข้าใจ ด้วยการมองเห็นคุณค่า ของบุคคลมากกว่าความแตกต่างบนผิวหนัง ภายใต้แนวคิด Look Beyond My Skin เพราะผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินยังคงเป็นเพื่อน สมาชิกในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ ผิวอาจแตกต่าง แต่ความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องห่างเหิน เพราะสะเก็ดเงินไม่ติด ความสนิทไปต่อ