3 ระยะดำเนินโรคอัลไซเมอร์ ที่ไม่มีวันหายแต่สามารถดูแลได้อย่างเข้าใจ
อัลไซเมอร์ เข้าใจยากแต่เข้าใจได้ รู้สาเหตุหลักปัจจัยเสี่ยงและระยะของโรค เช็กลิสต์ดูแลผู้ป่วยตามระยะของโรคอย่างถูกต้อง
โรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุด โดยจะมีการเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วน เป็นแล้วไม่มีวันหาย ในระยะสุดท้ายของโรคจะสูญเสียความจำทั้งหมด จากข้อมูลสถิติระบาดวิทยาขององค์การอนามัยโลกพบว่า อุบัติการณ์ และความชุกของโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นตามอายุ 1ใน 4 ของผู้สูงอายุ 85 ปี เป็นโรคอัลไซเมอร์เมื่ออายุ 95 ปี ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 2-3 % ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี
ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะพบผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากขึ้น แม้ว่าโรคนี้จะไม่สามารถป้องกัน หรือรักษาให้หายได้ แต่เราสามารถชะลอและลดความเสี่ยงได้ รวมทั้งอยู่ร่วมกับผู้ป่วยได้เช่นกัน
สาเหตุหลักของโรคอัลไซเมอร์
- ความผิดปกติในเนื้อสมอง
- การอักเสบ Inflammatory สาร amyloid เมื่อสลายจะทำให้อนุมูลอิสระออกมา อนุมูลนี้จะทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์สมอง
- กรรมพันธุ์
ปัจจัยเสี่ยง
- ยิ่งอายุมากยิ่งมีโอกาสเป็นมาก จากสถิติพบว่าร้อยละ 25 ของผู้มีอายุ 85 ปี ป่วยเป็นโรคนี้
- โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความจำ
- กรรมพันธุ์ หากมีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ก็มีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น
- พฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่มักใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่รับผิดชอบหน้าที่การงาน หรือไม่ได้ฝึกพัฒนาความคิด
โดยการดำเนินโรค
อาการจะเริ่มเป็นตอนอายุ 65 ปี แต่บางรายเป็นเร็วกว่านั้นอาจจะเริ่มตอนอายุ 40 ปี โดยที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลา 2-10 ปีด้วยโรคแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อจากปอดบวม หรือแผลกดทับ
ระยะโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ
- ระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยจะรับรู้ว่าตนเองขี้ลืม อย่างเช่น
- ลืมปิดเตารีด ลืมปิดประตู
- ลืมชื่อคน
- ลืมรับประทานยา
- ต้องให้คนช่วยเขียนรายการที่จะทำ
- ชอบถามคำถามซ้ำเดิมๆ
- สับสนทิศทาง
- เริ่มเครียดอารมณ์แปรปรวณและซึมเศร้า
- ระยะที่สอง ผู้ป่วยมีอาการชัดเจน อย่างเช่น
- ผู้ป่วยจะสูญเสียความทรงจำ
- โดยเฉพาะความจำที่เพิ่งเกิดใหม่ๆ โดยอาจจดจำเรื่องในอดีต
- เริ่มใช้คำพูดไม่ถูกต้อง
- อารมณ์ผันผวน จากคนใจดีกลายเป็นคนฉุนเฉียว
- เดินออกจากบ้านอย่างไม่มีจุดหมาย
- ไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง
- ระยะที่สาม อาการแย่ลง
- ผู้ป่วยจะสับสน ไม่รู้วัน รู้เดือน
- บางรายมีอาการหลงผิด หรือเกิดภาพหลอน
- บางรายอาจจะก้าวร้าวรุนแรง
- ปัสสาวะราด ไม่สนใจตนเอง
- สุขภาพทรุดลง คล้ายผู้ป่วยติดเตียง
- เคลื่อนไหวน้อยหรือไม่เคลื่อนไหวเลย
- ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ปัจจุบันสามารถตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งช่วยในการมองเห็นพยาธิสภาพทางสมอง หรือภาวะสมองเสื่อมอื่นๆ เป็นการตรวจหาความผิดปกติในเนื้อสมอง หาความผิดปกติในเซลล์สมอง การสะสมของโปรตีนในผนังหลอดเลือดในสมอง การสูญเสียของการเชื่อมต่อกันของเซลล์ประสาท พยาธิสภาพเหล่านี้ทำให้สารสื่อประสาทลดลงในส่วนต่างๆ ของสมอง อันมีภาวะทำให้เกิดโรค อัลไซเมอร์ หรือความจำเสื่อม
อาการขี้ลืมแบบไหนไม่ปกติเสี่ยงอัลไซเมอร์ เช็กสัญญาณโรคสมองเสื่อม
การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ต้องให้ความเข้าใจ เห็นใจว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจที่จะก้าวร้าว หงุดหงิดอย่างที่เราเห็น แต่เป็นจากตัวโรคเอง ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มั่นใจ อาย หรือหงุดหงิด เช่นเดียวกับควรดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้เครียดจนเกินไปด้วยเช่นกัน
- ควรจัดห้อง หรือบ้านให้น่าอยู่ ใช้สีสว่างๆ สดใส ถ้าในรายที่ชอบเดินไปมามากๆ ต้องใช้เทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
- เก็บของมีคม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มิดชิด ปิดวาล์วเตาแก๊สไว้เสมอ
- ในรายที่เริ่มจะดูแลยาก เช่น ก้าวร้าว เอะอะโวยวาย สับสนมาก หรือเดินออกนอกบ้านบ่อยๆ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบประสาท เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดอาการดังกล่าวร่วมด้วย
ทั้งนี้โรคอัลไซเมอร์แม้จะป้องกันไม่ได้แต่การดูแลตัวเองด้วยการกินที่ดี ออกกำลังกาย ฝึกสมองด้วยการคิดคำนวณรวมทั้งห่างไกลความเครียดออกไปเจอเพื่อนสูดอาการบ้างก็จะสามารถห่างไกลจากโรคนี้ได้ โดยเฉพาะคนอายุน้อยที่อาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงเพาะเชื้ออัลไซเมอร์โดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
รวมอาหารบำรุงสมองความจำเป็นเลิศชะลอสมองเสื่อมอัลไซเมอร์
7 วิธี ลับคมสมองให้ใสกิ๊ก! ห่างไกลจากโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์