3 อาชีพสุดเสี่ยงควรตรวจ “สุขภาพอาชีวอนามัย” กางแผนป้องกันโรค!
การตรวจสุขภาพสำคัญกับทุกคน แต่มีบางอาชีพที่ต้องได้รับ “การตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย” ตามกฎหมายแรงงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ
การตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยป้องกันและจัดการกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การประเมินสุขภาพของพนักงาน โดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทดสอบสมรรถภาพต่าง ๆ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับอาชีพที่มีความเฉพาะตัว ตรวจหาและระบุปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำงาน เช่น โรคที่เกิดจากการทำงาน หรืออาการบาดเจ็บจากการทำงาน เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงและข้อจำกัดในบางลักษณะงาน
ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อการวางแผนการป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานในอนาคต เนื่องจากโรคประจำตัว หรือปัญหาสุขภาพต่าง ๆ
อาชีพไหน ? ควรตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย
การตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายกระทรวงแรงงาน “กำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563” ซึ่งนายจ้างจะต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพประจำปี แต่ก็มีงานบางประเภทที่การตรวจสุขภาพอาชีวอนามัย มีความสำคัญต่อความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานอย่างยิ่ง ดังนี้
การทำงานบนพื้นที่สูง
การทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดินหรืออาคารตั้งแต่ 2 เมตร ขึ้นไป ที่อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานพลัดตกลงมาได้ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียนำมาซึ่งการบาดเจ็บและพิการ
นอกจากการจัดพื้นที่การทำงานให้มีความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานแล้ว การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานของพนักงานทำงานบนที่สูงจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ เนื่องจากสภาวะร่างกายที่ไม่สมบูรณ์หรือโรคประจำตัวบางอย่างที่อาจจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อพนักงานได้ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสุขภาพเพื่อความมั่นใจและเพื่อความปลอดภัยในการทำงานด้วย และนอกจากนี้พนักงานทำงานบนที่สูงต้องไม่เป็นโรคที่อาจเกิดอันตรายต่อการทำงาน เช่น
-
โรคลมชัก
-
โรคระบบหัวใจ และทางเดินหายใจชนิดรุนแรง
-
โรคทางระบบประสาทและการเคลื่อนไหว รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน
ตรวจสุขภาพสำหรับพนักงานทำงานบนที่สูง
-
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (Physical Examination)
-
การตรวจสายตาระยะไกล (Visual Acuity Test) ตรวจการจำแนกสี (Color testing)
-
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray)
-
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram)
-
สมรรถภาพปอด (Spirometry)
-
สมรรถภาพการได้ยิน
-
ตรวจเลือดเพื่อหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และ ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C)
การทำงานในพื้นที่อับอากาศ
การทำงานในสถานที่ทำงานที่มีทางเข้าออกจำกัด มีการระบายความร้อนและอากาศไม่เพียงพอ จึงอาจเป็นที่สะสมของสารเคมีสารพิษ สารไวไฟ มีออกซิเจนไม่เพียงพอ เช่น ถังน้ำมัน , ถังหมัก , ไซโล , ท่อ , ถ้ำ , บ่อ , อุโมงค์ , เตา หรือ ห้องใต้ดิน ซึ่งแก๊สหรือไอที่เกิดขึ้นไม่สามารถระบายออกไปได้ อาจสูดดมเอาแก๊สพิษเข้าไปในร่างกาย รวมถึงอาจมีแก๊สที่ติดไฟได้
หากเกิดอันตรายเมื่อเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศซึ่งมีพื้นที่จำกัดนั้น ผู้ปฏิบัติงานคนอื่นที่อยู่นอกพื้นที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ยาก ซึ่งต้องการผู้ปฏิบัติงานที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
สามารถทนต่อภาวะพร่องออกซิเจนได้ รูปร่างสมส่วน ไม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคหัวใจและทางเดินหายใจที่รุนแรง ซึ่งถูกกำหนดไว้ในกฎหมายกระทรวงแรงงาน “กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562”
ตรวจสุขภาพสำหรับพนักงาน
-
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (Physical Examination)
-
การตรวจสายตาระยะไกล (Visual Acuity Test) ตรวจการจำแนกสี (Color testing)
-
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray)
-
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram)
-
สมรรถภาพปอด (Spirometry)
-
สมรรถภาพการได้ยิน
-
ตรวจเลือดเพื่อหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
การทำงานสัมผัสอาหาร
การตรวจสุขภาพสำหรับผู้สัมผัสอาหารมีความสำคัญเนื่องจากจะสามารถช่วยระบุความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอาหาร ต้องได้รับการประเมินทางการแพทย์ การตรวจร่างกาย และการทดสอบในห้องปฏิบัติการ เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สามารถทำให้นายจ้างมั่นใจได้ว่าพนักงานผู้สัมผัสอาหารปราศจากโรคติดต่อ หรือสภาวะที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการจัดการอาหารอย่างปลอดภัย โดยแบบรายงานผลตรวจสุขภาพที่นิยมใช้ในการประเมินสุขภาพผู้สัมผัสอาหาร ได้แก่ สณ.11 หรือใบรับรองแพทย์ 9 โรค ซึ่งครอบคลุมโรคติดต่อผ่านทางเดินอาหารได้พอสมควร
ทั้งนี้หากผู้ทำงานสัมผัสอาหารมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ตัวเหลืองตาเหลือง ควรต้องหยุดงานและเข้ารับการรักษาทันทีและจะกลับเข้าทำงานอีกครั้งควรมีใบรับรองแพทย์ที่ประเมินก่อนกลับเข้าทำงานเสมอ
ตรวจสุขภาพสำหรับพนักงาน
-
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (Physical Examination)
-
ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray)
-
ตรวจเลือดหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (Anti HAV IgM)
-
ตรวจอุจจาระเพื่อหาการติดเชื้อ (Stool examination, Stool culture)
-
ซักประวัติ ตรวจร่างกายเฉพาะโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อคัดกรองอาการของโรค อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย(ไทฟอยด์) โรคบิด ไข้สุกใส คางทูม เรื้อน โรคและอาการทางผิวหนัง และ ตับอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส
นอกจากอาชีพที่กล่าวมา ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกช่วงอายุก็ตรวจสุขภาพอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปีเพื่อการทำงานและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่มาเยื่อนอย่างไม่รู้ตัว ด้วยการตรวจหาความเสี่ยงและป้องกันหรือรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
แก้ปวดหลังเรื้อรัง ด้วยการปรับพฤติกรรมอันตรายอย่างตรงจุด!
5 เคล็ดลับช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ ไม่ต้องอดอาหาร แถมได้สุขภาพที่ดี!