อดอาหารเย็นไม่ใช่ทางออกลดน้ำหนักที่ดี แนะเทคนิคกินทุกมื้อได้ไม่ต้องอด!
หลายคนอาจจะยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าการอดอาหาร “มื้อเย็น”จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็ว แนะวิธีไดเอ็ทแบบไม่ต้องอด แถมสุขภาพดีขึ้น!
การอดอาหารเย็น หรือกินเพียง 2 มื้อต่อวัน แล้วไม่ทานอะไรเลยจนถึงเวลาเข้านอน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายอดอาหารนานเกินไป อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคกระเพาะอาหาร เพราะหากกระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมาในเวลาเย็น แล้วภายในกระเพาะอาหารไม่มีอาหารให้ย่อยเลย ทำให้สิ่งที่น้ำย่อยจะย่อยนั่นก็คือตัวกระเพาะอาหาร ทั้งนี้อาจส่งผลให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารในระยะยาวได้
อีกทั้งการอดอาหารเย็นยังทำให้ขาดสารอาหาร ซึ่งใครที่งดอาหารเย็นมักจะขาดวิตามินและเกลือแร่ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เว้นแต่ว่าคุณจะรับประทานอย่างเพียงพอแล้วในมื้อเช้า และมื้อกลางวัน
นอกจากนี้แล้ว การอดอาหารเย็นยังอาจส่งผลให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนนอนไม่หลับ แถมยังส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย เนื่องจากได้รับพลังงานไม่เพียงพอและระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ทั้งนี้ยังส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายในระยะยาวอีกด้วย
อดอาหารเย็นทำให้อ้วนขึ้น?
จริงอยู่ที่ว่าการอดอาหารเย็นสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ แต่หากมีจังหวะที่เราปล่อยตัวปล่อยใจ กลับไปกินเหมือนเดิม จะส่งผลให้อ้วนมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเนื่องจากเมื่อเรากินน้อย ร่างกายก็จะปรับตัวโดยการลดใช้พลังงานและลดการเผาผลาญลงเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่รอดได้ ทั้งนี้จึงทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายต่ำลง ทำงานได้ช้าลง ระบบการย่อยอาหารแปรปรวน ซึ่งหากเรากลับไปกินเหมือนเดิมก็จะยิ่งทำให้อ้วนขึ้นง่าย หรือไม่ก็เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ตามมาได้นั่นเอง
สำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วนไม่จำเป็นต้องอดอาหารมื้อเย็น แต่ให้หันมาปรับเปลี่ยนอาหารและควรคำนึงถึงพลังงานรวมที่ได้รับในแต่ละวันแทน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เพียงพอ
เคล็ดลับกินมื้อเย็นอย่างไรไม่อ้วน
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกินมื้อเย็น คือ ไม่ควรน้อยกว่า 3-4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน หรือเป็นไปได้ไม่ควรเกิน 18.00-19.00 น. จะดีที่สุด
หากอาหารจะย่อยไม่ทันก่อนเราเข้านอน จะส่งผลให้เกิดการสะสมพลังงานในรูปของไขมัน นอนหลับได้ยากขึ้น
-
หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารย่อยยากเน้นไปที่โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ มีไขมันและแป้งบ้างเล็กน้อย
-
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดเพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้
-
ไม่แนะนำให้ทานผักหรือผลไม้สดในขณะท้องว่างช่วงเย็น เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้
-
ก่อนรับประทานอาหารควรดื่มน้ำให้ได้ 2-4 แก้ว เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มและทานอาหารได้น้อยลง
จะเห็นได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องอดเลยหากรู้จักควบคุมปริมาณอาหารและวัตถุดิบให้ดีและเหมาะสมกับสุขภาพ เพื่อให้การลดน้ำหนักครั้งนี้ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป สุขภาพโดยรวมดีขึ้นแบบไม่ต้องอด
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต
น้ำผักผลไม้ กินติดต่อกันทุกมื้อเป็นเวลานานช่วยดีท็อกซ์ได้จริงหรือไม่ ?