ไขมันพอกตับ คนผอมก็เป็นได้ แนะวิธีวินิจฉัย-รักษา ก่อนเป็นตับแข็ง!
รู้หรือไม่? 1 ใน 4 คนอ้วนซ่อนรูป พบภาวะไขมันสะสมในตับ จึงไม่ควรมองข้ามการดูแลสุขภาพ แนะวิธีการตรวจวินิจฉัยและรักษาไขมันพอกตับก่อนลุกลามเป็นโรครุนแรงรักษายาก!
ภาวะไขมันพอกตับ คือ ภาวะที่เกิดการสะสมไขมันภายในเซลล์ตับ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์ โดยอาจมีเพียงการสะสมของไขมันอย่างเดียวหรืออาจมีการอักเสบของตับร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยบางราย การอักเสบเรื้อรังนี้อาจนำไปสู่การเกิดพังผืดในตับ หรือที่เรียกว่า ภาวะตับแข็งได้ โดยสาเหตุของโรคนี้ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน
ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่ไม่มีอาการแสดงออกในระยะแรกๆ และหากตรวจพบไขมันในตับประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตับ ถือว่ามีภาวะไขมันพอกตับ
ส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง หรือส่งผลต่อการทำงานของตับ แต่พบว่า 7- 30% ของผู้ป่วยภาวะไขมันพอกตับจะมีอาการแย่ลงเมื่อเวาผ่านไป เกิดการอักเสบและมีพังผืดเกิดขึ้นภายในตับ ส่งผลให้มีการดำเนินโรคที่มากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน เป็นต้น
ไขมันพอกตับไม่อ้วนก็เป็นได้ ?
ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของโรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ แต่พบว่าอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ดังนี้
- กลุ่มอาการอ้วนลงพุง
- รอบเอวที่เกิน 90 ซม. ในผู้หญิง และ 100 ซม. ในผู้ชาย
- ความดันโลหิตสูง
- ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
- ระดับไขมันดี แอชดีแอลน้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิต ในเพศชาย และน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในเพศหญิง
- น้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 110 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
- โรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคไขมันสูง
- กินอาหารที่มีพลังงานสูงเป็นประจำ เช่น ไขมัน น้ำตาล แป้ง
- สตรีวัยหมดประจำเดือน
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัสบางชนิด
รู้หรือไม่ ? รูปร่างผอมบางจะไม่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะคนอ้วนซ่อนรูปหรือคนที่มีพันธุกรรมผอม กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เพราะซึ่ง 1 ใน 4 กลุ่มนี้พบภาวะไขมันสะสมในตับ
การวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับ
- การตรวจเลือด ในภาวะไขมันพอกตับระยะเริ่มต้น ค่าการทำงานของตับมีค่าปกติได้ แต่ในรายที่มีตับอักเสบจากไขมันพอกตับร่วมด้วย จะพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ
- การตรวจอัลตร้าซาวด์ สามารถตรวจพบไขมันพอกตับได้ เมื่อมีการสะสมไขมันในตับมากกว่า 30% แต่ก็มีข้อจำกัดในรายที่มีผนังหน้าท้องหนา
- การตรวจชิ้นเนื้อตับ
- การตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกน (FibroScan) เนื่องจากโรคไขมันพอกตับมักไม่มีอาการ
แพทย์อาจตรวจพบระดับเอนไซม์ตับที่สูงขึ้น จากการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
- อัลตร้าซาวด์หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อให้ได้ภาพตับ
- การตรวจชิ้นเนื้อตับ (ตัวอย่างเนื้อเยื่อ) เพื่อระบุว่าโรคตับลุกลามไปมากน้อยเพียงใด
- ไฟโบรสแกน (FibroScan) เป็นการตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และตรวจวัดปริมาณไขมันสะสมในตับ ซึ่งตรวจได้โดยง่าย ได้ผลเร็ว และไม่เกิดความเจ็บปวดใดๆ
ใครบ้างที่ควรตรวจ fibro scan
-
มักรู้สึกอ่อนเพลีย อาหารไม่ย่อย
-
มีประวัติการดื่มสุราเรื้อรัง ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
-
มีประวัติว่าคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับ
-
มีอาการตาเหลืองและตัวซีดเหลืองผิดปกติ
-
ผู้ที่มีประวัติเป็นไวรัสตับอักเสบบี หรือซี
-
ผู้ที่มีประวัติเป็นตับอักเสบ มีไขมันเกาะตับ
การเตรียมตัวสำหรับผู้เข้ารับการตรวจ
กรุณางดน้ำ-อาหาร ก่อนตรวจ 2 ชั่วโมง ไม่ต้องเจาะเลือด ใช้เวลาตรวจประมาณ 10 นาที ทราบผลทันที
ไขมันพอกตับ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง ? เผยลดน้ำหนักไม่ลงตับอาจเริ่มมีปัญหา!
การรักษาโรคไขมันพอกตับ
ปัจจุบันไม่มียารักษาโรคไขมันพอกตับโดยเฉพาะ แต่มุ่งเน้นการปฏิบัติตัวปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และ ลดไขมันพอกตับได้ ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
- ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากมีน้ำหนักตัวมาก ควรลดน้ำหนักลง 7-10% โดยให้ค่อยๆ
- ลดน้ำหนักลง เนื่องจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วอาจทำให้โรคไขมันพอกตับแย่ลงได้
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- ควบคุมอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูงหรือน้ำตาลสูง เช่น อาหารประเภททอด เนื้อติดมัน ผลไม้ที่มีรสหวานและน้ำผลไม้ต่างๆ ขนมต่างๆ ให้รับประมาณที่มีกากใยสูง และพลังงานต่ำ เช่น ผักต่างๆ
- หากเป็นเบาหวาน หรือ ไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคให้ดี ด้วยการรับประทานยาสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ สมุนไพรที่นอกเหนือจากแพทย์สั่ง
- ในรายที่มีค่าการทำงานของตับผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเพื่อทำให้ผลเลือดกลับมาปกติได้ อย่างไรก็ตามยาเหล่านี้ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถลดไขมันพอกตับได้ดี
ตับมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างน่าทึ่งหากหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักและโรคประจำตัวซึ่งสามารถช่วยลดไขมันพอกตับ การอักเสบรวมถึงฟื้นฟูความเสียหายของตับในระยะเริ่มต้นได้โรคไขมันพอกตับไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การดำเนินโรคค่อนข้างช้า
การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ ซึ่งในบางรายอาจมีภาวะไขมันพอกตับมานานแล้วก็อาจตรวจพบในระยะตับแข็งไปแล้ว ดังนั้นหากพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับตั้งแต่เนิ่น ๆ และปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
อาหารป้องกันไขมันพอกตับ ลดความอ้วน เร่งกำจัดสารพิษออกจากตับได้!
อาหารเสี่ยงไขมันพอกตับ กินเยอะเสี่ยงโรคอ้วน-ตับแข็ง ทำลายสุขภาพ!