อาหารป้องกันไขมันพอกตับ ลดความอ้วน เร่งกำจัดสารพิษออกจากตับได้!
ตับอวัยวะสำคัญที่หลายคนมองข้าม และมักป่วยโดยไม่รู้ตัว แนะอาหารป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่ใช้ไม่หมด กำจัดสารพิษออกจากตับได้!
ไขมันพอกตับ (Fatty liver) ภาวะที่มีไขมันเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับเกินปกติโดยมากมักเป็นไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ ส่วนมากสาเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กินอาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วนลงพุง การบริโภคอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและน้ำตาล การลดน้ำหนักอย่างหักโหม รวมถึงเป็นผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ เสี่ยงต่อโรคอันตรายอย่าง โรคตับแข็ง และมะเร็งตับเป็นต้น
อาการของโรคไขมันพอกตับ เริ่มแรกมักไม่มีอาการใดๆมักตรวจพบจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ของ อาการที่อาจพบได้ อ่อนเพลีย อาจเจ็บชายโครงขวา แน่นท้องจากการมีตับโตขึ้น น้ำหนักลด ตาเหลืองตัวเหลือง ภาวะเลือดออกผิดปกติ ซึ่งหนึ่งในวิธีป้องกัน และรักษาที่ได้ผลมากที่สุด คือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
อาหารป้องกันไขมันพอกตับ
- ผักบางชนิดที่ช่วยเร่งขบวนการกำจัดสารพิษออกจากตับเช่น ดอกกระหล่ำ บรอกโคลี หัวหอม กระเทียม สมุนไร
- คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่ได้จากข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ควินัว หรือธัญพืชชนิดต่าง ๆ
- ผัก ผลไม้ ที่มีใยอาหารสูง และไม่หวานจัด
- โปรตีน และไขมันดี ไก่ หรือถั่วชนิดต่างๆ
- อาหารที่ช่วยลดภาวะการอักเสบของตับ เช่นปลาที่มี โอเมก้า 3 จำพวก แซลมอล ซาร์ดีน ทู เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง งา น้ำมันโอลีฟออยด์ ธัญพืช
- ชาเขียว ช่วยลดการดูดซึมของไขมัน
- วิตามินที่ช่วยลดภาวะไขมันพอกตับ
- วิตามีนอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบและการตายของเซลล์ตับ
- วิตามินบี แมกนีเซียมยังช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ตับที่เสียหาย
- สมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดที่ช่วยขับสารพิษจากตับได้ เช่น Milk Thistle,ALA และ NAC
10 อาหารเช้าที่ควรหลีกเลี่ยง แม้จะหาง่ายหรือเร่งรีบแค่ไหนก็ตาม
อาหารที่ควรเลี่ยงเสี่ยงไขมันพอกตับ
- อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง พิซซ่า เป็นต้น
- อาหารที่มีรสหวานมาก เช่น น้ำหวาน ชานม น้ำอัดลม
- ผลไม้ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสปริมาณมาก เช่น มะม่วงสุก ทุเรียน
- อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ของทอด ไอศกรีม เป็นต้น
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตามควรเลือกรับประทานประเภทผัก และโปรตีน ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของมื้ออาหาร โดยสัดส่วนที่เหลือเป็นไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่สำคัญควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดไขมันพอกตับได้ในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
“ขนมคีโต”กินได้ช่วงลดน้ำหนัก ประโยชน์มากกว่าแต่หวานเหมือนเดิม!
“กาแฟ”เครื่องดื่มคาเฟอีน-สารต้านอนุมูลอิสระเต็มแก้ว-ใครบ้างไม่ควรกิน!