8 ผักยอดนิยมที่ไม่ควรกินดิบ แนะปรุงสุกก่อนเสี่ยงสารพิษอันตรายถึงชีวิต
หลายคนชอบกินผักดิบแบบเป็นกะละมังใหญ่ๆ เพราะอยากได้สารอาหารและวิตามินที่ครบถ้วน แต่รู้หรือไม่ ? มีผักบางชนิดที่ไม่ควรกินดิบ เพราะอันตรายได้ถึงชีวิต!
แน่นอนว่าทุกคน ยังจำภาพผัก-ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสมดุล แต่หากคุณกินแบบผิดๆ โดยเฉพาะการรับประทานแบบดิบ ๆ ในปริมาณมาก อาจจะได้รับโทษมากกว่าประโยชน์ของผักเหล่านี้ได้ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตแบบที่ไม่รู้ตัว
8 ผักไม่ควรกินดิบ
กะหล่ำปลี สัมผัสกรอบๆ หวานนิดๆ ทำให้กะหล่ำปลีเป็นผักในดวงใจของใครหลายคน ในนงานวิจัย พบว่าสารอาหาร “กลูตามีน” ใน “กะหล่ำปลี” จะช่วยกระตุ้นให้กระเพาะและลำไส้สร้างเยื่อบุผนังกระเพาะได้เร็วขึ้น จึงทำให้แผลในกระเพาะและลำไส้หายเร็ว
อีกทั้งยังเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงแต่การที่จะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ก็ต่อเนื่องนำ มาปรุงสุกแล้วค่อยรับประทาน เพราะในกะหล่ำปลีดิบ สารออกซาเลต ซึ่งเราจะได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณ อาจจะทำให้เกิดโรคนิ่วขึ้นได้ และ สารกอยโตรเจน ซึ่งเป็นสารที่คอยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนของต่อมโทรอยด์ในร่างกายของเรา ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของเรานั้น ดึงไอโอดีนจากเลือด เพื่อนำไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ จนทำให้เกิดโรคคอหวยพอกขึ้นได้ ซึ่งสารเหล่านี้สามารถสลายตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อโดนความร้อน
- ดอกกะหล่ำ ดอกกะหล่ำถือได้ว่าเป็นพืชชนิดหัวอีกชนิดหนึ่ง ที่เราไม่สามารถนำมารับประทานแบบดิบ ๆ ได้ เพราะดอกกะหล่ำยังคงมีน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะไม่สามารถย่อยน้ำตาลชนิดนี้ได้ ส่งผลทำให้เกิดอาการท้องอืด และรู้สึกแน่นท้อง
- บรอกโคลี เนื่องจากเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับกะหล่ำปลี จึงมีน้ำตาลที่ส่งโทษทำให้เกิดอาการท้องอืดได้เช่นกัน หากมีการนำมารับประทานแบบดิบ ๆ อีกทั้งในบรอกโคลี ยังคงมีฮอร์โมนบางชนิด ที่กระตุ้นทำให้เกิดโรคไทรอยด์ได้อีกเช่นเดียวกัน
- ถั่วฝักยาว อีกหนึ่งผักที่นิยมกินสดๆ แกล้มอาหารต่างๆ ทั้งน้ำพริกและส้มตำ แต่รู้หรือไม่หากกินในปริมานที่มาก อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และเกิดอาการท้องเสียได้เพราะถั่วฝักยาวเป็นผักที่มีมีปริมาณไกลโคโปรตีน พร้อมทั้งเลคตินสูง
- ถั่วงอก ไม่น่าเชื่อว่าผักที่คนนิยมกินดิบเสี่ยงต่อสารโซเดียมซัลไฟต์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สารฟอกขาว ที่ถ้าหากได้ปริมาณมาก และเป็นผู้ที่แพ้สารชนิดนี้ด้วยแล้ว อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ มีลักษณะหายใจขัด ความดันโลหิตต่ำ และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
10 อาหารแก้ท้องผูก อุดมไฟเบอร์ เทคนิคกินผัก-ผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม
- หน่อไม้ ในหน่อไม้สดจะมีสารไซยาไนด์ ซึ่งจะเป็นพิษต่อร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารนี้ในปริมาณมาก สารนี้จะเข้าไปจับกับฮีโมโกลบิน ส่งผลทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน จนทำให้หมดสติ และอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด
- มันสำปะหลัง ทางสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ประกาศแจ้งเตือนว่า หากมีการรับประทานมันสำปะหลังดิบ โดยเฉพาะในส่วนหัว รากและใบ อาจจะมีพิษส่งผลทำให้ถึงตายได้ ซึ่งพิษในมันสำปะหลังจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบหัวใจ ในรายที่ได้รับพิษน้อยที่สุด จะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ มีอาการปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ และอุจจาระร่วง
- ผักโขม กรดออกซาลิ ในผักโขมดิบอาจส่งผลทำให้ลำไส้ของเราระคายเคือง และยังเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม ซึ่งในภายหลังจะส่งผลทำให้เราเป็นโรคนิ่ว
ทั้งนี้ทุกปัญหาความเสี่ยงรับสารพิษต่างๆ จะจบลงเมื่อนำผักเหล่านี้ไปปรุงให้สุกโดยผ่านความร้อน เพราะหากปล่อยปะละเลย อาจทำให้เกินอันตรายถึงชีวิตตามที่เหล่ามา เพื่อที่จะสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ศูนย์สารนิเทศทางอาหาร
กินผัก 6 ทัพพี แก้ปัญหาระบบขับถ่าย ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย
เปิดความลับ! คาร์โบไฮเดรตในผัก ที่ผู้ป่วยเบาหวานเลือกกินได้โรคสงบ