“คะน้า” ผักแสนอร่อยแคลเซียมสูง ช่วยลดเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจตีบ
คะน้า ผักที่หลายคนอาจจะนึกเมนูแรกคือ “คะน้าหมูกรอบ” ยิ่งกินกับข้าวสวยหรือข้าวต้มร้อนๆ ยิ่งแซ่บถึงใจ และแน่นอนเป็นผักที่มีประโยชน์เยอะมากๆ แถมแคลเซียมสูงด้วย!
“คะน้า” ผักที่กรอบ แถมไม่มีรสขม เป็นผักที่กินง่ายเหมาะสำหรับเด็กเริ่มหัดกินผัก และเป็นที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลาย อาทิ ก๋วยเตี๋ยวราดหน้ายอดผักคะน้า ข้าวผัด ผัดซีอิ้วยอดผักคะน้า คะน้าปลาเค็ม คะน้าหมูกรอบ คะน้าน้ำมันหอยหรือจะกินกรอบๆเคียงกับกุ้งแช่น้ำปลา หมูมะนาว และอื่นๆอีกมากมาย ล้วนแต่เป็นเมนูที่กินง่าย แถมมีประโยชน์เยอะ แต่ต้องไม่ปรุงมากเกินไปนะคะ เพราะเครื่องปรุงที่ประโคมลงไปอาจจะเพิ่มความอร่อยแต่ก็กลบประโยชน์ของน้องอย่างแน่นอน
Shutterstock/Mingcanfly
ผักคะน้าน้ำมันหอย
คะน้ามีคุณค่าทางโภชนาการ ต่อ 100 กรัม
- ให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่
- โปรตีน 2.2 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม
- ไขมัน 0.7 กรัม
- แคลเซียมสูงถึง 245 มิลลิกรัม
คะน้ายังมีวิตามินเกลือแร่อื่นๆ เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินซี เมื่อร่างกายได้รับเบต้าแคโรทีนเข้าไป ร่างกายจะย่อยและเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ถนอมสายตาให้สายตาดี และเบต้าแคโรทีนนั้นมีคุณสมบัติคงทน แม้จะเอาผักไปล้างหรือปรุงด้วยความร้อนก็จะไม่ค่อยสูญหายไป
เกลือโพแทสเซียม ทางเลือกสุขภาพช่วยลดโซเดียมได้ ประโยชน์-ข้อควรระวัง!
นอกจากนั้นวิตามินซียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้หลอดเลือดหัวใจและทั่วร่างกายมีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาหลอดเลือดหัวใจตีบได้ และสุดท้ายคือใยอาหาร ที่จะช่วยระบบขับถ่ายและขัดขวางการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯ
อาหารกระป๋อง กับ อาหารปรุงสด โภชนาการเท่ากันหรือไม่?
เลือกทูน่ากระป๋องแบบไหน? เหมาะกับสุขภาพและเมนูที่คุณอยากกิน!