เปิดสาเหตุ นักแบดจีนวัย 17 ปี เสียชีวิตกระทันหันขณะแข่ง คาด "หัวใจวายเฉียบพลัน"
ช็อกวงการแบดมินตัน หลัง จาง จื้อ เจี๋ย นักแบดมินตันดาวรุ่งจีนวัยเพียง 17 ปี เสียชีวิตขณะแข่งขัน เพจดังคาดเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน สาเหตุมักมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ เนื่องจากแบดเป็นกีฬาที่ความเข้มข้นสูง เผยสาเหตุและวิธีการช่วยเหลือฉุกเฉินโดยเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ AED
แฟนแบดมินตันใจหาย หลัง จาง จื้อ เจี๋ย นักแบดมินตันดาวรุ่งจีนวัย 17 ปี เสียชีวิตหลังหมดสติและมีอาการชัก ในสนาม ขณะแข่งขันแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย Badminton Asia Junior Championships 2024 ที่เมืองยอร์กจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ แบดมินตันเอเชียและสมาคมแบดมินตันแห่งอินโดนีเซีย (PBSI) ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยอธิบายว่า จาง จื้อ เจี๋ย ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลสำรองภายในเวลาไม่ถึงสองนาทีและส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตเมื่อเวลา 23:20 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
นพ.วิทวัส ศิริประชัย เจ้าของเพจ Drama-addict ได้ระบุผ่านโพสต์ในเพจว่า เคสนักแบดจากจีนเมื่อวานที่เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันตอนแข่งขัน เสียชีวิตแล้ว ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
พ่อแม่พี่น้องถ้าตามข่าวจะสังเกตเห็นว่า มีคนเล่นแบด แล้วเกิดอาการแบบนี้บ่อยมาก สาเหตุเกิดจาก การเล่นแบดเป็นกีฬาที่ความเข้มข้นสูงมาก จะมีการขยับตัวต่อเนื่องเป็นระยะเวลานึงเป็นช่วงๆ ซึ่งในช่วงที่ขยับตัวไม่หยุดนั้น จะทำให้ชีพจรขึ้นไปสูงมากๆ เหมือนการออกกำลังกายแบบ HIIT และในบางคนที่อาจมีโรคประจำตัวซ่อนอยู่ การที่หัวใจเต้นเร็วมากๆ จะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่อันตรายถึงชีวิตเช่น VT/VF ได้ เมื่อเราพบคนที่กำลังออกกำลังกายอยู่ดีๆ จู่ๆก็ฟุบไปเลย สาเหตุมักมาจากหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดนี้
วิธีช่วย ถ้าคนๆนั้นหมดสติปลุกไม่ตื่น ให้เริ่มทำการ CPR ทันที และรีบโทร 1669 ที่สำคัญที่สุดคือ AED เพราะจะสามารถทำให้หัวใจที่เต้นผิดจังหวะกลับมาเต้นตามปรกติได้ และช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตสูงถึง 50% ดังนั้นต้องมี AED ประจำที่สนามแบดและสนามกีฬาทุกแห่ง
สถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า นักกีฬามีโอกาสเสียชีวิตถึง 1 ใน 50,000 คนต่อการแข่งขันกีฬาระดับวิทยาลัย และอาจจะสูงถึง 1 ใน 5,000 คนในการแข่งขันบาสเกตบอล โดยนักกีฬาที่อายุมากกว่า 35 ปีมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตมากถึง 5% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของนักกีฬา และพบในนักกีฬาผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
สาเหตุที่ทำให้นักกีฬาวูบกลางสนาม
- กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว เป็นโรคที่พบได้ในกลุ่มนักกีฬาอาชีพ เกิดจากการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายล่างที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติทางพันธุกรรม 30% ซึ่งจะเจอในนักกีฬาผิวดำมากเป็นพิเศษ หากตรวจพบว่ามีพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อหัวใจแล้วลงแข่งกีฬาหนัก ๆ อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตได้
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยคือการติดเชื้อไวรัส มีอันตรายรุนแรง จึงเป็นข้อห้ามในการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายอาจกระตุ้นให้หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นได้ ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตขณะออกกำลังกายได้
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพราะการแข่งขันต้องใช้เวลาออกกำลังกายนานและออกแรงหนักเกินไป ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าหัวใจเสียสมดุลและเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะตามมา
ความเสี่ยงกลุ่มนักกีฬาที่อายุน้อยกว่า 35 ปี
ส่วนใหญ่มักเกิดจากความผิดปกติของหัวใจที่มีมาแต่กำเนิด ในอดีตนั้นพบว่า สาเหตุหลักนั้นเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว ซึ่งสุดท้ายแล้วจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้การนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ แต่ในการศึกษาในช่วงหลังพบสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นจากหัวใจหนาตัวน้อยลง อาจเป็นเพราะการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในนักกีฬาถูกบรรจุเป็นภาคบังคับสำหรับนักกีฬาอาชีพที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้สาเหตุของการเสียชีวิตของนักกีฬาอายุน้อยในช่วงหลังๆ ตรวจไม่พบความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจ จึงถูกสรุปว่าการเสียชีวิตนั้นมีสาเหตุมาจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน (Sudden Arrhythmic Death Syndrome; SADS) มากขึ้นแทน
กลุ่มนักกีฬาที่อายุมากกว่า 35 ปี
สาเหตุของการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันที่อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ในคนกลุ่มนี้ จะมาจากเรื่องของเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจ ซึ่งสาเหตุของเส้นเลือดหัวใจตีบที่พบบ่อยนั้น ได้แก่ การมีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือมีโรคร่วมอื่นๆ เช่น เบาหวาน หรือมีภาวะไตเสื่อม หรืออาจเกิดจากอุปนิสัยส่วนตัว เช่น สูบบุหรี่มาเป็นระยะเวลานานๆ การใช้สารเสพติด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุอย่างภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลันก็ยังคงพบได้อยู่ แต่พบได้ในอัตราส่วนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับกลุ่มนักกีฬาที่อายุน้อยกว่าข้างต้น
สาเหตุการเสียชีวิตขณะออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพให้พร้อมหลีกเลี่ยงได้!
AED ผู้ช่วยชีวิตในสนาม
ในทุกการแข่งขันผู้จัดการแข่งขันควรเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อม โดยเฉพาะ วิธีใช้ “เครื่องกระตุกหัวใจ” เพิ่มโอกาสการรอดชีวิต ผู้ป่วยโรคหัวใจ " target="_self">เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator: AED) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจเพื่อหยุดรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ ช่วยให้หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะที่ถูกต้องอีกครั้ง และควรมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถทำการช่วยชีวิตได้ทันทีหากมีเหตุฉุกเฉินขณะทำการแข่งขัน
เพิ่มโอกาสรอดชีวิตในระหว่าง 3 – 5 นาที
- ก่อนช่วยเหลือ ผู้ช่วยเหลือตรวจสอบสภาพแวดล้อมว่าปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงหรือไม่
- โทรสายด่วน 1669 หรือรถพยาบาลสนามที่มีเครื่อง AED
ทำการช่วยเหลือ โดยเริ่มจากการเรียกผู้ป่วยฉุกเฉิน ถ้าไม่มีการตอบสนองให้ทำการฟื้นคืนชีพโดยกดหน้าอกทันทีจนกว่าเครื่อง AED หรือทีมรถพยาบาลจะมาถึง
ทั้งนี้การตรวจคัดกรองสุขภาพหัวใจของนักกีฬา การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรโดยมีการอบรมการช่วยชีวิตเป็นประจำ และการเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่อง AED เพื่อกระตุ้นหัวใจของนักกีฬาได้อย่างทันท่วงที ถือเป็นสิ่งสำคัญและคุ้มค่าที่สุดในการป้องกันเหตุการณ์นักกีฬาเสียชีวิต ส่วนคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายก็ควรตรวจเช็กสุขภาพทุกปี ที่สำคัญหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายจะได้พบแพทย์ได้ทันท่วงที
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ,โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
ออกกำลังกายหนักเกินเสี่ยงกระดูกพัง! เผยวิธีป้องกันการบาดเจ็บ
เทคนิคออกกำลังกายเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เสริมความแข็งแรงกระดูก