ที่พรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่สามว่า เดิมทีได้นัดหารือกับพรรคก้าวไกลไว้เวลา 10.00 น. แต่ทางเลขาธิการพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน ได้แจ้งขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะพรรคก้าวไกลจะมีการแถลงข่าว ส่วนจะมีเนื้อหาสาระอย่างไร คงต้องติดตาม ส่วนตัวยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าเนื้อหาจะเป็นการส่งมอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่
ส่วนกรอบเวลาฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล นายแพทย์ชลน่าน บอกยังมีเวลาถึงวันที่ 26 กรกฎาคม ก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่สามวันที่ 27 กรกฎาคม ต้องใช้เวลาให้คุ้มที่สุด พร้อมยืนยันพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งแปดพรรคการเมืองจับมือเหนียวแน่น และยังไม่ถึงคิดกรณีอื่น
เมื่อถามถึงการให้สัมภาษณ์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ระบุชัดพรรคเพื่อไทยจะไม่ยกเลิก หรือแก้ไข ม.112 เหมือนเป็นการโยนให้พรรคก้าวไกลยอมถอยเรื่องนี้ หากต้องการร่วมตั้งรัฐบาล นายแพทย์ชลน่าน มองเป็นความเห็นของนายเศรษฐา แต่หากฟังจากทุกพรรคการเมือง รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาที่ได้อภิปรายในรัฐสภา ก็มีเสียงสะท้อนมาแบบนั้นก็อาจเป็นประเด็นที่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นไม่ได้ “แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะโยนภาระไปให้พรรคก้าวไกลเขาพิจารณา” ก่อนเชื่อมีทางออก คือพรรคก้าวไกลจะพิจารณาอย่างไร ตนไม่ขอก้าวล่วง “อาจจะมีข่าวดี 11 โมงนี้ก็ได้นิครับ”
เมื่อถามต่อว่า หากพรรคก้าวไกล ยอมถอยเพดานแก้ไข ม.112 จะทำให้พรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียง สว. นายแพทย์ชลน่าน ชี้แจงใน 2 คำถามคือ กรณีหากพรรคก้าวไกลยอมถอยจริง หลายพรรคการเมืองที่เคยออกมาพูดชัดว่าถ้าไม่มีเรื่องนี้ ก็พร้อมสนับสนุน ซึ่งจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่ง ส่วนจะต้องอาศัยเสียง สว. หรือไม่คงต้องไปดูถึงความจำเป็นภายหลัง
“เป้าหมายเรา หากได้นำจัดตั้งรัฐบาลคือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เสียงในรัฐบาลต้องได้ 375 นี่คือสิ่งที่เพื่อไทยต้องทำ เงื่อนไขอะไรที่เป็นอุปสรรคต้องมาหารือกัน” นายแพทย์ชลน่าน กล่าวทิ้งท้าย