เริ่มแล้ว! ฝ่ายค้านเปิดศึกอภิปรายซักฟอก “รัฐบาลเศรษฐา”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ติดตามศึกซักฟอก “รัฐบาลเศรษฐา” เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระหว่าง 3-4 เม.ย.นี้

วันที่ 3 เม.ย. ถือเป็นวันแรกของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย. 2567

โดยมีการจัดสรรเวลา 2 วัน ให้ฝ่ายค้านอภิปราย 22 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลรัฐบาลจะได้เวลาอภิปรายจนสิ้นกระแสความโดยไม่มีการกำหนดเวลา ส่วนประธานของที่ประชุม จำนวน 2 ชั่วโมง โดยวันที่ 3 เม.ย.2567 เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. แล้วพักการประชุมหลังเวลา 01.00 น.  และวันที่ 4 เม.ย. 2567 เริ่มประชุมเวลา 09.00-23.00 น.

คอนเทนต์แนะนำ
“เศรษฐา” ยันไม่น้อยใจแม้ทำงานเพียง 7 เดือนแต่โดนซักฟอก!
อภิปรายไม่ไว้วางใจ “เสรี” เหน็บผลงานเด่นรัฐบาล ออกระเบียบช่วยคนผิดไม่ต้องรับโทษ

เปิดศึกซักฟอก ช่างภาพพีพีทีวี
เปิดศึกซักฟอกรัฐบาลเศรษฐา

เริ่มเปิดศึกอภิปรายซักฟอก

โดยภารกิจซักฟอก “รัฐบาลเศรษฐา” ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เริ่มขึ้นหลังจาก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดการประชุมในเวลา 09.30 น.

จากนั้น นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านแถลงญัตติเปิดอภิปรายตอนหนึ่งว่า คณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีบริหารราชการมาแล้วกว่า 6 เดือน แต่ไม่ได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาชน แต่เพิกเฉยต่อคำแถลงนโยบายที่ให้ไว้ต่อรัฐสภา ขาดประสิทธิภาพและความชัดเจนแน่นอน ยังไม่มีนโยบายแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายเร่งด่วนสวนทางกับความเป็นจริง ทั้งการแก้หนี้ การลดภาระค่าใช้จ่านด้านพลังงาน การกระตุ้นเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาความเห็นต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ ฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง ล้วนขาดยุทธศาสตร์และการปฏิบัติที่ตรงเป้าหมาย

รัฐบาลปล่อยปะละเลยให้มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเอารัดเอาเปรียบประชาชน เกิดการทุจริตเชิงนโยบาย เลือกปฏิบัติในระบบยุติธรรม ไม่จริงใจในการกระจายอำนาจ การลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปกองทัพ ปัญหาการศึกษา และความขัดแย้งทางการเมือง การแก้ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดผิดพลาด ไร้ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และยังไม่สามารถฟื้นบทบาทสำคัญของไทยในเวทีโลกได้ หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่ประชาชนคาดหวังหลังการเลือกตั้ง

"จากการเลือกตั้งประชาชนคาดหวังว่าจะได้ผู้นำประเทศคนใหม่ที่ต่างจากผู้นำหลังการรัฐประหาร แต่เรากลับพบว่าเราได้นายกฯที่ไร้วุฒิภาวะไปอีกแบบ ขาดภาวะผู้นำในการสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจน หลังบริหารประเทศมากว่าครึ่งปีพบว่ามีการดำเนินนโยบายที่สับสน คิดไปทำไป นโยบายเรือธงขาดยุทธศาสตร์และความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม"

นายชัยธวัชบอกอีกว่า กระบวนการนิติสงครามยังดำเนินต่อไปเหมือนหลังรัฐประหาร การปราบปรามประชาชนที่เห็นต่างในนามกฎหมายยังไม่เปลี่ยนแปลง เกิดวิกฤติศรัทธาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรมถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เกิดประชาธิปไตยแบบไหนย้อนกลับ ผู้นำทางการเมืองผูกขาดอำนาจทางการเมืองและทางเศรษฐกิจในคนไม่กี่กลุ่ม

 

"เศรษฐา" โต้รัฐบาลโปร่งใส

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงทันที ว่าแม้การเริ่มเสนอญัตติจากค่อนข้างที่ จะพูดแรงพอสมควร แต่ก็มีอีกด้านนึง คือเรื่องของการมีหวัง สำเร็จ ยืนยันว่ารัฐบาลทำงานด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์และพร้อมให้ความกระจ่างกับสมาชิก นอกจากนี้ยังยกผลงานทั้งเรื่องการท่องเที่ยว ราคาผลผลิตทางการเกษตร การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 แก้หนี้ พร้อมระบุว่ารัฐบาลเพิ่งบริหารจัดการประเทศเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น ตนเชื่อว่าทุกคนทำงานหนักและรัฐมนตรีทุกคนมีความปรารถนาดีกับประชาชน หากมีข้อเสนอแนะที่ดีก็ยินดีรับฟังหากมีข้อกล่าวหาอะไรก็ขอหลักฐานขอเหตุผลมา จะได้เดินหน้าทำงานกันได้

สำหรับภาพรวมการอภิปรายในช่วงเช้า ก็ถือว่าเริ่มดุเดือดแม้ฝ่ายค้านจะเริ่มอภิปรายไปเพียงไม่กี่คน

 

แผ่นดินไหวรุนแรงใกล้เกาะไต้หวัน ญี่ปุ่นแจ้งเตือนสึนามิ

อีก 500 ปี ญี่ปุ่นจะมีแต่คนนามสกุล “ซาโต” ทั้งประเทศ!

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า เตือน “พายุฤดูร้อน” รับมือ ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ