จากกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีหลักฐานซื้อเสียงนายก อบจ. 500-1,000 บาท พร้อมจี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ตรวจสอบ ล่าสุด
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเตือน กกต.ให้จับตาการซื้อเสียงเลือกตั้ง นายกฯ อบจ.ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ก.พ.นี้ หลังพบมีการเปลี่ยนรู้แบบจากจ่ายเงินสด เป็นการใช้บัญชีม้าโอนเงินซื้อเสียง หรือ เรียกอีกอย่างว่า “กระสุนออนไลน์”
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวพีพีทีวี บอกว่า ตอนนี้พรรคการเมืองใหญ่ เริ่มเข้าไปยึดโยงกับการเมืองย่อยระดับท้องถิ่นมากขึ้น เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวกับงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น
จังหวัดสมุทรปราการได้รับงบประมาณปีละ 2,500 ล้านบาท อยู่ 4ปีก็ 10,000 ล้านบาท ไม่รวมเงินอุดหนุนอื่นๆ ที่มีอำนาจเก็บภาษีได้อีก ทำให้ตอนนี้เริ่มมีการใช้กระแสทำลายบ้านใหญ่หลายบ้านแล้ว อย่างการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็จะเห็นพรรคการเมืองใหญ่ลงไปช่วยหาเสียงแทนนายก อบจ.
ขณะเดียวกันก็มักจะได้ยินข่าวเรื่อง “กระสุนชนะกระแส” ซึ่งกระสุนหรือเงินซื้อเสียงจะมีจริงหรือไม่นั้น พล.ต.ต.สุพิศาล บอกว่า ก่อนหน้านี้ก็มีให้เห็นตามข่าวต่างๆ อยู่แล้ว เช่น กรณีเรื่องกล่องเงิน 20 ล้านในคดีฆ่า
สจ.โต้ง และ ล่าสุดนายรังสิมันต์ โรม ก็เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ก่อนที่ฝั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. บอกเพียงว่า เฝ้าดูอยู่แต่ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดเรื่องนี้ ขณะที่ตัวเองก็มีอีกข้อมูลหนึ่งว่าสมัยนี้ ไม่ได้เดินแจกเงินซื้อเสียงแล้ว แต่เป็นลักษณะการใช้บัญชีม้า โอนเงินซื้อเสียงแทน หรือที่เรียกกันว่า ”กระสุนออนไลน์“
พล.ต.ต.สุพิศาล แนะนำว่า กกต.ควรประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างธนาคาร เพื่อตรวจสอบกระแสเงินช่วงที่มีการเลือกตั้ง นายก อบจ. ว่ามีบัญชีใดน่าสงสัยเป็นบัญชีม้าโอนเงินซื้อเสียงหรือไม่ เช่น บัญชีหนึ่งโอนเงิน 500 บาท ไปให้หลายบัญชี ซึ่งอาจผิดปกติตรงที่โอนไปเป็นร้อยเป็นพันบัญชี
พล.ต.ต.สุพิศาล บอกว่า หลังบ้านของนักการเมืองท้องถิ่นหลายคน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ เว็บพนัน ทำให้รู้จักการใช้บัญชีม้าดีอยู่แล้ว ซึ่งก็ง่ายต่อการใช้ในเรื่องการเมืองด้วย
อย่างตอนนี้ก็มีข้อมูลว่า มีบริษัททำบัญชีม้าโดยเฉพาะ เปิดบัญชีธนาคารโอนเงินจำนวนมากแบบไม่ต้องสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนด้วยซ้ำ มองว่า ตอนนี้เทคโนโลยีโลกทันสมัยมากขึ้น กกต. ก็ต้องมีการติดตามจับตาการทุจริตเลือกตั้งผ่านทางระบบออนไลน์ด้วย เพราะถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่ใช้ในทางการเมือง ถ้ากกต. ละเลยบอกเพียงว่า
ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน ก็มองว่า ควรเปลี่ยนพนักงานบังคับใช้กฎหมายให้มีความรู้ความสามารถมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยคงมีการเมืองสีเทาไปด้วย
พล.ต.ต.สุพิศาล แนะนำว่า กกต. ควรออกประกาศหรือทำ MOU เรื่องประสานงานข้อมูลข่าวสารไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ธนาคาร ในช่วงระหว่างการหาเสียง เลือกตั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามข้อมูลการทุจริต