วันที่ 12 ก.พ. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ประเทศไทยเตรียมรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์จำนวน 53 คน ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานผิดกฎหมายในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยกลุ่มเหยื่อดังกล่าวจะถูกส่งตัวผ่านทาง ด่านบ้านช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ในช่วง 14.00 น.
กลุ่มบุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้เป็นพลเมืองจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ 12 คน, เคนยา 4 คน, แทนซาเนีย 1 คน ,บราซิล 2 คน, เอธิโอเปีย 21 คน, ปากีสถาน 5 คน, บังกลาเทศ 2 คน และ เนปาล 6 คน
โดยต้องคัดกรองเข้ม ก่อนประสานสถานทูตส่งตัวกลับหลังจากประเทศไทยรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์กลุ่มนี้แล้ว จะมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด โดยใช้กระบวนการ National Referral Mechanism (NRM) ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้ดูแลและช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์
จากนั้น กระทรวงการต่างประเทศจะประสานงานกับสถานทูตของแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเอกสาร และจัดเตรียมแผนการส่งตัวกลับประเทศต้นทางให้เร็วที่สุด
นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายจัดตั้งศูนย์พักพิง หรือ ศูนย์อพยพ สำหรับบุคคลเหล่านี้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับเข้าสู่วงจรค้ามนุษย์อีกครั้ง
รัฐบาลไทยมีมาตรการเข้มงวดในการ ปราบปรามและป้องกันขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะตรวจสอบข้อมูลของเหยื่อแต่ละรายอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการส่งตัวกลับเพื่อให้มั่นใจว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ามนุษย์
ปัจจุบัน เมืองเมียวดี เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของขบวนการค้ามนุษย์ ที่ล่อลวงแรงงานจากหลายประเทศไปทำงานผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และแรงงานหนักในโรงงานเถื่อน
การรับตัวเหยื่อค้ามนุษย์ครั้งนี้เป็นผลจาก ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและเมียนมา ซึ่งมีเป้าหมายในการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์และช่วยเหลือผู้เสียหายให้ได้รับความคุ้มครองและกลับประเทศต้นทางอย่างปลอดภัย
รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับนานาชาติและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต