ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สำหรับประเด็นการส่งชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ในฐานะอดีต ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็ตั้งข้อสังเกตเช่นกัน โดยบอกว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลส่งชาวอุยกูร์ กลับจีนด้วยวิธีนี้ และมองว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.หรือ “บิ๊กต่าย” อาจให้ข้อมูลกับนายกฯไม่ครบถ้วน ทำให้นายกฯรีบตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์กลับจีน
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เปิดใจกับทีมข่าวPPTVHD36 ในฐานะที่เป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เมื่อปี 2561 และมีโอกาสได้ดูแลชาวอุยกูร์ที่ถูกคุมขัง ในสถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู โดยบอกว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญ ที่ไทยต้องคำนึงถึงและปฏิบัติตาม กฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานในการขอลลี้ภัย และการไม่ถูกบังคับให้ส่งกลับ พูดง่ายๆคือ ต้องไม่ส่งใครกลับไปเสี่ยง หรือกลับไปตาย
โดยสมัยที่ยังเป็นผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ บอกว่า ได้ดูแลชาวอุยกูร์ ที่ถูกกักตัวไว้อย่างดี และทางการจีน ได้ขอให้ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปให้หลายครั้ง แต่เพราะคำนึงถึงเรื่องผลกระทบ โดยเฉพาะภาพลักษณ์เเละความมั่นคงของไทย ซึ่งได้บทเรียนจากเหตุระเบิดราชประสงค์ ปี 2558 จึงได้ปฏิเสธ และคัดค้านมาตลอด
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มองว่า เห็นด้วยที่ต้องหาที่ไปให้ชาวอุยกูร์ โดยเฉพาะประเทศที่ 3 แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ที่ทางการไทยทำลับๆล่อๆ ในการส่งตัวกลับ ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย หากทางการไทยทำโดยเปิดเผย จะน่าเชื่อถือกว่านี้ และมองว่านายกฯไม่ควรรีบร้อนส่งชาวอุยกูร์กลับจีน หากตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องส่งชาวอุยกูร์ไปที่ใด ควรยื่นต่อศาลโลกให้ศาลเป็นผู้ตัดสินใจ หากทำเช่นนี้ ภาพลักษณ์จะไปเสียหายแบบนี้
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่นายกฯ รับส่งชาวอุยกูรค์กลับจีน เป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อความมั่นคง และขอถามไปยัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รวมผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองคนปัจจุบันว่า ได้ให้ข้อมูลนายกฯ รวมถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ครบถ้วนหรือไม่ หรือที่เร่งรัดส่งชาวอุยกูร์กลับจีน เพียงเพราะว่าเอาใจนายกฯเท่านั้น
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังบอกอีกว่า ผลกระทบที่ตามมาหลังจากนี้คือ 1. ผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยว หลังหลายชาติประการเตือนภัยการก่อการร้ายในไทย จากอุยกูร์เอฟเฟ็กต์ และ2.ภัยความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก และเชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เปิดเผย ว่าตอนนี้ทราบมาตำรวจสันติบาน สั่งเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยง และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแล้ว ซึ่งหากเหตุไม่สงบเกิดขึ้นจริง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ก็ถามว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ และนายกฯจะรับผิดชอบไหวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยังเสนอแนะรัฐบาลว่า ที่บอกจะพาสื่อมวลชนไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ 40 คนที่ประเทศจีน ให้ช่วยไปดูความเป็นอยู่ ชาวอุยกูร์ 109 คน ที่ไทยเคยส่งกลับจีนไปเมื่อปี 2558 ด้วย เผื่อจะให้นานาชาติลดความเคลือบแคลงสงสัย และมั่นใจจว่าชาวอุยกูร์จะปลอดภัยและได้รับการดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน