นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วง 09.30 น. โดยพุ่งเป้าไปที่การหนีภาษีของ นางสาวแพทองธาร
นายวิโรจน์ ระบุว่า คุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรงขณะที่หน้าที่ของประชาชนต้องมีการเสียภาษีตามกฎหมาย
โดยสำนึกแล้วคนที่เป็นนายกรัฐนตรีต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสียภาษี ขณะที่หน้าที่ของรัฐ รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ตัดระบบภาษีให้เกิดควาเป็นธรรมต่อสังคม ถ้าตัวนายกเองยังทำตัวหนีภาษี ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างไร
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในปัญหาการจัดเก็บภาษี ใช้ช่องว่างการหลีกเลี่ยงหรือหนีภาษี ทำให้การจัดเก็บภาษี จึงตกเป็นภาระมนุษย์เงินเดือน ประชาชนทั่วไป เป็นหลัก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พฤติกรรมการหนีภาษีจึงเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจเอาเปรียบประชาชน ตนเองนึกไม่ถึงว่าพฤติกรรมที่น่าอดสูเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับคนที่ชื่อ แพทองธาร ชินวัตร และคนๆ นี้ ไม่ใช่คนร่ำคนรวยปกติ เป็นถึงนายกรัฐมนตรี การอธิปรายครั้งนี้ จึงไม่ใช่การอรืปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ แพทองธาร แต่เป็นการอภิปรายปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า คนอย่างนายกรัฐมนตรี ใช่ช่องว่างทองกฎหมาย ทำนิติกรรม ในการหนีภาษีเป็นเยี่ยงเป็นอย่างให้คนใหญ่คนโตเห็นเป็นเรื่องปกติ สร้างภาวะให้คนมนุษย์เงินเดือน ชาวรากหญ้า และ ประชาชนทั่วไปต้อง จำยอมรับสภาพสุดท้ายแล้วต้องเป็นคนที่แบกรับภาษีของประเทศถูกขูดถูกรีด ให้คนมั่งมีที่เห็นแก่ตัว ได้เสวยสุขอยู่ด้านบนสุดของห่วงโซ่ หนึ่งในนั้นคือ แพทองธาร ชินวัตร
นายวิโรจน์ตนเองต้องตั้งคำถามก่อนเลยว่า ตั้งแต่ถูกแต่งตั้งโปรดกล่าว ให้ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ได้มีการโอนหุ้น 19 บริษัท มูลค่า 9,000 กว่าล้านบาท ไปให้แม่กับสาว เป็นการให้หรือขายหุ้น แต่ที่เป็นประเด็นคือ หุ้นบริษัท 2 แห่ง ของตนเอง ไปให้กับแม่และพี่สาว ซึ่งอยากให้ตอบว่าเป็นการให้หรือขายหุ้น มูลค่ารวม 393.5 ล้านบาท ตัวแรกคือ บริษัท อัลไพน์ กอล์ป แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด 224.1 ล้านบาท และ บริษัท ประไหมสุหรี พร้อมเพอร์ตี้ จำกัด 169.4 ล้านบาท ซึ่งหากมีการให้ต้องมีการจ่ายภาษีการรับให้ รวม 18.2 ล้านบาท ต้องถามว่ารัฐจะได้รับภาษีก้อนนี้หรือไม่?
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ ยังชี้ต่อว่า ประชาชนสามารถแกะรอยบัญชีทรัพย์สิน ของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งพบว่ามีหนี้อยู่ 9 รายการมูลค่า 4,434.5 ล้าน แต่มีเอกสารแนบแค่ 9 แผ่น จึงเชื่อได้ว่า เอกสารแนบคือตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ ตั๋ว PN แทนการจ่ายเงิน โดยไม่มีดอกเบี้ย ชำระเมื่อทวงถาม ไม่มีกำหนดชำระ ฉะนั้นต้องสงสัยว่า เป็นพฤติกรรมการซื้อปลอม เพื่อเอาเปรียบประชาชน
นายวิโรจน์ ชี้ เจตนาว่า นางสาวแพทองธาร ได้หุ้นมาจากกงสี พี่สาว พี่ชาย พี่สะใภ้และแม่ มูลค่าสูง 4,434.5 ล้านบาท แล้วสร้างธุรกรรมการซื้อปลอม ติ๋งต่างทำเป็นซื้อ เพื่อเปลี่ยนจากการได้หุ้นมาเป็นการซื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีการรับให้ วันนี้หมดเวลา แพทองธาร จะทำกงสีเตรียมกระดาษเงินกระดาษทองทำกงเต็กได้เลยถึง โดยคนหนีภาษีนี้จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร
นายวิโรจน์ คำนวนการหนีภาษีของแพทองธารได้หุ้นจากกงสี ต้องเสียภาษีการรับให้ 218.7 ล้านบาท นับเป็นเงินภาษีก้อนมหาศาลมาก หากนำมาอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จนถึง 6 ขวบ จะดูแลได้ถึง 5,000 คน เป็นค่าอาหารกลางวันเด็ก 30,000 คนต่อปีการศึกษา เบี้ยผู้สูงอายุตลอดทั้งปี มากกว่า 3.5 แสนคน ผมอยากรู้จริงๆ ชีวิตที่เป็นปลวกเป็นเพลี้ยคอยเอาเปรียบ ฉ้อฉลประชาชนอย่างนี้ เขาไม่รู้สึกสำนึก สำเหนียก อายฟ้า อายดิน บ้างหรอครับ
นายวิโรจน์ อยากบอก แพทองธารผ่านท่านประธานไว้ว่า วันนี้ใครก็ช่วยเซฟไม่ได้แล้ว เพราะตามข้อบังคับต้องตอบคำถามเอง เพราะเป็นทรัพย์สินของตนเอง สามารถให้พ่อมาช่วยตอบ ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าเวลาเจ้าสำนักมาช่วยชี้แนะการเคลื่อนย้ายจักรวาลจะล้ำลึกแค่ไหน หากยอมรับพฤติกรรมของแพทองธารใช้ ตั๋ว PN จะเป็นเครื่องมือคอรัปชั่นในอนาคตอย่างแน่นอน
นายวิโรจน์ เปิดเผยว่า หลังจากการอธิปรายครั้งนี้ ตนจะทำหนังสือไปยัง กรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบ หากการโอนหุ้นแบบนี้ไม่ผิดกฎหมาย ก็ต้องให้อธิบดีสรรพากร ออกมาระเบียบให้ชัดว่า การโอนหุ้นเกิน 10-20 ล้าน หากไม่ประสงค์การเสียภาษีการรับให้ ให้ใช้ตั๋ว PN โดยใช้พฤติกรรมของแพทองธาร เป็นเยี่ยงเป็นอย่าง ไม่ใช่เก่งแต่รีดเลือดกับปู แต่ปล่อยผ่านคนมั่งคนมี ระดับนายกรัฐมนตรีให้มีพฤติกรรมหนีภาษีเหล่านี้ แต่เดิมตนคิดว่าคนรวย ไม่น่าจะโกง ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ แต่ในความเป็นจริง ประเทศเราโหดร้าย คนรวยบางคนคิดแต่ได้ หนึ่งในคนเหล่านั้นมี นายก ฯ รวมอยู่ด้วย
นายวิโรจน์ สรุปการอภิปรายว่าแพทองธาร ใช้ช่องวางในการหนีภาษี และต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า เจตนาภาษีการรับให้ คืออะไร โดยเจตนารมณ์ของภาษีรับให้คือการอุดช่องวางการให้โดยเสน่หา ถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหนีภาษีมรดกให้ประชาชนมีภาระเสียภาษีตามสัดส่วนที่เหมาะสม
หลังจากนี้ต้องมีการร้องไปที่ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็น ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติจริยธรรมอย่างร้ายแรงและพิจารณาส่งสำนวน ไปที่ศาลฎีกาต่อไปผมเชื่อว่าพฤติกรรมเหล่านี้ แพทองธารก็ไม่รอด เป็นห่วงแต่สส.ที่จะยกมือไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกต่อไป
นายวิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า จากที่นายกแพทองธาร ได้พูดว่ามีกินมีใช้ไปพร้อมๆ กัน แท้ที่จริงคือการหาช่องทางทางกฎหมายเพื่อ ให้มีกินในเฉพาะกงสี ให้ได้อิ่มหมีเฉพาะตระกูล แพทองธาร ชินวัตร นายกหนีภาษีไม่มีศักด์ศรีที่จะดำรงตำแหน่งนี้ ได้เวลาออกไปจากตึกไทยคู่ฟ้า กลับกงสีที่บ้านจันทร์ส่องหล้าของคุณไปได้แล้ว
เกาะติดถ่ายทอดสด ที่นี่