บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) เก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569 ในประเด็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 พบว่ามีประเด็นน่าสนใจดังนี้
โซเชียลมีเดีย
เฟซบุ๊กยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การเลือกตั้งด้วยจำนวนข้อความสูงถึง 2,584 ข้อความ สะท้อนให้เห็นว่า เฟซบุ๊กยังคงเป็นพื้นที่หลักของสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข่าวสารและนโยบายของแคนดิเดต
ติ๊กต๊อก แม้จะมีจำนวนข้อความน้อยกว่าที่ 530 ข้อความ แต่สร้างการมีส่วนร่วมต่อโพสต์ได้สูงที่สุดกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ติ๊กต๊อก เป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการขยายกระแสความสนใจ โดยเฉพาะคลิปที่แคนดิเดตลงพื้นที่จริงซึ่งสร้างโพสต์ไวรัลได้ต่อเนื่อง
เอ็กซ์ ตามมาในฐานะข้อความที่ 613 ข้อความ สะท้อนว่าเป็นพื้นที่ของการวิเคราะห์เชิงลึกและการถกเถียงด้านนโยบาย
ใครคือผู้ครองเอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดีย?
อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (5.34 ล้านเอนเกจเมนต์)
จุดแข็งที่แท้จริงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้มาจากโฆษณาหรือสปอตหาเสียง แต่มาจาก "คอนเทนต์ชีวิตจริง" ที่ชาวโซเชียลผลิตและแชร์ต่อกันเองอย่างต่อเนื่อง ภาพที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วม ตอบปัญหาชาวบ้านด้วยตัวเอง และการวิ่งออกกำลังกายกลางเมือง กลายเป็นไวรัลหลายครั้ง
แพลตฟอร์มที่มีบทบาทมากที่สุดคือ เฟซบุ๊ก และ ติ๊กต๊อก ซึ่งทั้งสองช่องทางมีลักษณะผู้ใช้ที่แตกต่างกัน เฟซบุ๊ก ครองกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยทำงานและวัยกลางคน ขณะที่ ติ๊กต๊อก เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจเพิ่งใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก การที่ชัชชาติปรากฏตัวเด่นบนทั้งสองแพลตฟอร์มจึงหมายความว่าเสียงสนับสนุนมีความหลากหลายทางช่วงวัยอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขเอนเกจเมนต์กว่า 5.34 ล้านสะท้อนให้เห็นว่า "ภาพลักษณ์ที่จับต้องได้" ยังคงเป็นพลังสำคัญในยุคที่ทุกคนมีเสียงบนโซเชียลมีเดีย และในบริบทของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่คือสัญญาณที่บอกว่าใครกำลัง "อยู่ในใจ" ของคนบนโซเชียล ณ ขณะนี้
อันดับ 2 ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (214K เอนเกจเมนต์)
ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ถือเป็นแคนดิเดตที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มรอง เมื่อพิจารณาจากตัวเลขเอนเกจเมนต์เฉลี่ยต่อโพสต์ที่สูงถึง 544 ครั้ง ซึ่งเป็นอันดับ 2 รองจากชัชชาติเท่านั้น แม้ว่า ส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์ โดยรวมจะอยู่ที่ 3.6% แต่ตัวเลขเอนเกจเมนต์ต่อโพสต์กลับสะท้อนให้เห็นว่าทุกครั้งที่ภาสพงศ์ปรากฏบนโซเชียล มักสร้างเอนเกจเมนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระแสบนโซเชียลของภาสพงศ์มีแนวโน้มเติบโตในกลุ่มผู้ที่ต้องการทางเลือกใหม่ที่ยังไม่ผูกติดกับพรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่การถกเถียงเรื่องนโยบายเมืองกำลังร้อนแรง
ตัวเลขสองแสนเอนเกจเมนต์จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขความนิยม แต่คือสัญญาณว่ายังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมากหากสามารถขยายการรับรู้ในวงกว้างได้ก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน 2569
อันดับ 3 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (197K เอนเกจเมนต์)
ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข ครองส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์อยู่ที่ 3.2% ด้วยเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 256 ครั้งต่อโพสต์ แม้ตัวเลขจะน้อยกว่าภาสพงศ์ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือลักษณะของการพูดถึงที่มีความหลากหลายทั้งในแง่แพลตฟอร์มและกลุ่มผู้ใช้
ประเด็นที่ทำให้มัลลิกาถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษคือเรื่องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ใช้การเทคโนโลยี AI เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการจราจรในกรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ชี้ว่าฝุ่น PM2.5 คือประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากเป็นอันดับ 2 บนโซเชียลด้วยยอด 266 โพสต์ การที่มัลลิกาเชื่อมโยงตัวเองกับประเด็นเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องจึงเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการสร้างฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม
อันดับ 4 ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (165K เอนเกจเมนต์)
ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ครองส่วนแบ่งเอ็นเกจเมนต์ 2.7% ด้วยเอนเกจเมนต์เฉลี่ย 104 ครั้งต่อโพสต์ ตัวเลขเหล่านี้อาจดูไม่โดดเด่นในแง่ปริมาณ แต่เมื่อดูลักษณะของการพูดถึงบนโซเชียล กลับพบว่ากระแสของ ดร.โจ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงที่การถกเถียงเรื่องนโยบายเริ่มเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อดูในมิติของความรู้สึกของชาวโซเชียลพบว่าภาพรวม Sentiment ของ ดร.โจ อยู่ที่ -13 สะท้อนให้เห็นว่ามีทั้งกระแสสนับสนุนและวิจารณ์ปะปนกันอยู่พอสมควร ซึ่งในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณว่าแคนดิเดตรายนี้กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณะมากพอที่จะถูกวิเคราะห์และตั้งคำถาม มากกว่าการถูกมองข้ามไปโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
อันดับ 5 อนุชา บูรพชัยศรี (115K เอนเกจเมนต์)
อนุชาเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีภาพลักษณ์ของนักการเมืองผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารในระดับชาติมาก่อน ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความต่อเนื่องในการบริหารเมืองได้
นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสังเกตคือนโยบายด้านทางเท้าและความสะอาด ประเด็นนี้ยังเป็นประเด็นที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจและมีส่วนร่วมใน 3 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีประเด็นที่สามารถสร้างกระแสได้หากนำมาสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุดมากขึ้น
5 ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ พูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569
ตลอดช่วง 22 วันที่เก็บข้อมูล ตั้งแต่ 17 พฤษภาคม ถึง 7 มิถุนายน 2569 ประเด็นที่คนกรุงเทพฯ หยิบมาพูดถึงบนโซเชียลมีเดียอยู่แค่เรื่องตัวแคนดิเดตผู้สมัคร แต่สะท้อนปัญหาเมืองที่สะสมมานานและประชาชนยังรอการแก้ไขอย่างจริงจัง
ประเด็นที่ 1 ความทุจริตและความโปร่งใส (274 โพสต์)
ประเด็นที่ครองการสนทนาบนโซเชียลมากที่สุดคือเรื่อง "ความทุจริตและความโปร่งใส" กระแสเรื่องนี้ถูกพูดถึง 274 โพสต์ สะท้อนให้เห็นว่าก่อนที่คนกรุงเทพฯ จะฟังนโยบายใคร พวกเขาต้องการรู้ก่อนว่าแคนดิเดตรายนั้น "เชื่อถือได้แค่ไหน" เสียงบนโซเชียลส่วนใหญ่ไม่ได้หยุดแค่การวิจารณ์ แต่คือการตั้งคำถามต่อระบบและเรียกร้องให้แคนดิเดตคนใหม่พิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำที่จับต้องได้
ประเด็นที่ 2 ฝุ่น PM2.5 และมลพิษ (266 โพสต์)
ในขณะที่ฝุ่น PM2.5 ยังคงปกคลุมท้องฟ้ากรุงเทพฯ ทุกปี กระแสเอนเกจเมนต์จึงพุ่งไปที่ประเด็นนี้อย่างต่อเนื่องด้วย 266 โพสต์ โดยเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่หน้ากากอนามัย แต่เรียกร้องนโยบายเชิงระบบที่แก้ต้นตอ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าประชาชนเริ่มเชื่อมโยงปัญหาฝุ่นกับ "คุณภาพชีวิต" ที่ควรได้รับในฐานะประชาชนของ ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติที่ต้องยอมรับ
ประเด็นที่ 3 ทางเท้า ความสะอาด และขยะ (236 โพสต์)
ประเด็นทางเท้า ความสะอาด และขยะ ติดอันดับ 3 ด้วย 236 โพสต์ สะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวัน" มากกว่าที่หลายคนคาดคิด เพราะนี่คือสิ่งที่สัมผัสได้จริงทุกวัน ตั้งแต่ทางเดินหน้าบ้านไปจนถึงพื้นที่สาธารณะในชุมชน เสียงบนโซเชียลสะท้อนความคาดหวังว่าผู้ว่าฯ คนใหม่จะหยิบเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ขึ้นมาดูแลอย่างจริงจัง เพราะเมืองที่น่าอยู่มักเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน
ประเด็นที่ 4 ค่าครองชีพและเศรษฐกิจ (226 โพสต์)
ค่าครองชีพและเศรษฐกิจกลายเป็นหนึ่งในนโยบายที่แคนดิเดตหลายรายหยิบมาใช้หาเสียง ด้วย 226 โพสต์บนโซเชียล สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานและยังคงอยู่ในความกังวลของคนกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาสินค้า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือโอกาสทางเศรษฐกิจของคนตัวเล็กในเมือง
การที่ประเด็นนี้ยังคงถูกพูดถึงอย่างมีต่อเนื่องบนโซเชียล บ่งบอกว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เพียงแค่ติดตามว่าแคนดิเดตแต่ละคนพูดอะไร แต่กำลังจับตาดูด้วยว่านโยบายที่นำเสนอนั้นจะสามารถแก้ปัญหานชีวิตประจำวันได้มากแค่ไหน
ประเด็นที่ 5 น้ำท่วมและระบบระบายน้ำ (208 โพสต์)
น้ำท่วมและระบบระบายน้ำยังคงเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่เคยหายไป ประเด็นนี้ถูกพูดถึงด้วย 208 โพสต์ เพราะทุกครั้งที่ฝนตกหนัก สิ่งที่ตามมาแทบจะเป็นภาพเดิมซ้ำๆ ถนนที่กลายเป็นบึง น้ำที่ระบายไม่ทัน และความวุ่นวายในการเดินทางที่กระทบชีวิตประจำวันของคนนับล้าน
เสียงบนโซเชียลจึงไม่ได้แค่ระบายความอัดอั้น แต่สะท้อนความคาดหวังที่ชัดเจนว่าผู้ว่าฯ คนใหม่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน มากกว่าการรอให้น้ำลดเอง
สุดท้ายแล้วศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันในคูหา แต่กระแสบนโซเชียลมีเดียก็กำลังเกิดขึ้นไปพร้อมกัน ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียตลอด 22 วันที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นชัดว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงครองกระแสด้วยเอนเกจเมนต์กว่า 5.34 ล้านครั้ง
ขณะที่แคนดิเดตอีกหลายรายกำลังสร้างฐานเสียงของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เสียงของคนกรุงเทพฯ บนโซเชียลสะท้อนความคาดหวังที่ลึกกว่าแค่การเลือกตัวบุคคล นั่นคือการเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ คนใหม่แก้ปัญหาที่สะสมมานาน ไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส ฝุ่นมลพิษ คุณภาพชีวิต และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน