ที่วัดท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางพบปะประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ โดยกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเช้าอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางมายังด่านพรมแดนสะเดา เพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และถนนเชื่อมการสัญจรข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น
พร้อมกล่าวว่าทุกคนคงกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม เพราะนอกจากตนแล้ว ยังมีรัฐมนตรีหลายคนมาร่วมพบปะกับพี่น้องประชาชนด้วย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อพบปะทักทาย แต่ยังมาพูดถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยธรรมชาติ เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูน้ำ โดยปีที่ผ่านมา จ.สงขลา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รัฐบาลได้ถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ประชาชนจะได้ไม่ต้องประสบความยากลำบาก พร้อมย้ำว่า หากรัฐบาลไม่ตั้งใจแก้ปัญหาและเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี คงไม่มีรัฐมนตรีมาพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นวันนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า แม้จะกังวลว่าหากทำไม่ได้จะเป็นอย่างไร แต่ได้พารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับผิดชอบทุกด้าน โดยตนเป็น "จำเลยที่ 1" และมี "จำเลยร่วม" จากทุกกระทรวง เช่น กระทรวงคมนาคม ดูเรื่องการสัญจร กระทรวงการคลัง ดูเรื่องงบประมาณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดูแลการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกหน่วยงานพร้อมรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ในพื้นที่วันนี้ ต่างเคยลงพื้นที่ช่วงเกิดอุทกภัยหาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา เห็นสภาพความเสียหายด้วยตนเอง ก่อนกลับไปมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย พร้อมย้ำว่า แม้ไม่สามารถห้ามฝนตกหรือหยุดน้ำที่ไหลมาจากทุกทิศทางได้ แต่รัฐบาลต้องสามารถบอกประชาชนได้ว่า ได้วางแผนป้องกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบการช่วยเหลือประชาชนที่จะต้องไม่ขาดตกบกพร่องและไม่ล่าช้าอีกต่อไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอความเห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเกิดเหตุ โดยยืนยันว่าทหาร ตำรวจ ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่างร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง พร้อมเล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ขณะอยู่ จ.ขอนแก่น เมื่อได้รับรายงานว่าน้ำท่วม จ.สงขลา อย่างรุนแรง ก็รีบเดินทางมายัง อ.หาดใหญ่ ทันที และพบว่าสิ่งที่ขาดแคลนที่สุดคืออาหาร เพราะประชาชนต่างกักตุนไว้ในบ้าน และบางส่วนได้รับความเสียหาย ซึ่งรัฐบาลได้จัดลำดับความสำคัญและเตรียมแผนช่วยเหลือไว้แล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า งานสำคัญหลังน้ำลด คือการทำความสะอาดพื้นที่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ก่อนที่หาดใหญ่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และจะระดมทรัพยากรทุกด้านเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบคลอง ร.1 ว่า ยังพบความเสียหายอยู่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกรมชลประทานจะเร่งซ่อมแซม ขณะที่กรมทางหลวงจะดำเนินการซ่อมถนน โดยใช้งบกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงปลายปี พร้อมย้ำว่า จ.สงขลา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการค้าชายแดนกับมาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า แม้นักท่องเที่ยวจีนจะลดลงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและนโยบายต่าง ๆ แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา มากที่สุด คือนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ดังนั้น รัฐบาลจะอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อสร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า รัฐบาลโชคดีที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถใช้ประสบการณ์ในการผลักดันการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะความรุนแรงสร้างความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย จึงต้องเร่งสร้างความสงบควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่
“ส่วนที่ผมอนุมัติได้ ถ้าอยู่ที่โต๊ะผม ไม่เกินครึ่งวัน ขอเพียงได้อ่าน รับรองว่าอนุมัติอย่างแน่นอน ส่วนที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีร่วมกันพิจารณา ผมก็ได้กำชับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่เห็นสภาพปัญหาจริง เพื่อเร่งอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือพี่น้องชาวสงขลา รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยถามประชาชนว่า "เดือนนี้ใช้หมดแล้วหรือยัง" เมื่อประชาชนตอบว่า "หมดแล้ว" นายกรัฐมนตรีกล่าวติดตลกว่า "โอ้โห เศรษฐกิจดี ใช้หมดแล้ว" พร้อมระบุว่า ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนให้ใช้สิทธิ โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 4 เดือน เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนในวงกว้าง และทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีนำกลับมาพัฒนาประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลได้อย่างเต็มที่
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนฤดูน้ำหลาก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสภาพคันคลองระบายน้ำ ร.1 ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งนายนิพนธ์ บุญญามณี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ
เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีรับฟังสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ก่อนลงพื้นที่ตรวจจุดที่ได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะ พร้อมสอบถามความคืบหน้าการซ่อมแซม และกำชับให้เร่งดำเนินการ
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมคลอง ร.1 ว่า ต้องแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากปีนี้ ซึ่งอธิบดีกรมชลประทานยืนยันว่าจะดำเนินการได้ทัน ขณะนี้กรมชลประทานได้เตรียมแผนแก้ไขไว้แล้ว ส่วนงบประมาณจะของบกลางและเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มั่นใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลเน้นการเตรียมมาตรการป้องกันและลดความเสียหายไว้ครบทุกด้าน
ส่วนกรณีมีข้อสังเกตเรื่องการจัดสรรงบกลาง 99 ล้านบาท ว่าพื้นที่ที่ไม่มี สส. พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้รับการจัดสรรงบดังกล่าว นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ควรมองเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นหน้าที่ของส่วนราชการและรัฐบาลในการดูแลประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น มีแต่ประชาชนเป็นสำคัญ