สหรัฐฯ จัดประชุมประชาธิปไตย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ทั่วโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เริ่มแล้วสำหรับการประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตย หรือ Democracy Summit ที่นำโดยโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มขึ้นวันที่ 9 ธันวาคม เมื่อวานนี้วันแรก และจะจบลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ การประชุมครั้งนี้มีประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมทั้งหมด 110 ประเทศทั่วโลก และไม่ใช่แค่รัฐบาลเท่านั้นที่มีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้ ยังมีองค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรไม่แสวงผลกำไร สื่อมวลชน และนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเช่นกัน

โดยการประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตย ริเริ่มมาจากแนวคิดของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ชูนโยบายการต่างประเทศเน้นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยตั้งแต่ลงเลือกตั้ง

สหรัฐฯ ย้ำว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับภัยต่อความมั่นคงของประชาธิปไตย โดยมีรายงานว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เสรีภาพบนโลกใบนี้ได้ถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด และประเทศประชาธิปไตยกว่าครึ่งกำลังอยู่ในช่วงเสื่อมถอย

มีหลักการ 3 ข้อที่รัฐบาลสหรัฐฯ เสนอว่าเป็นหัวใจสำคัญของการประชุม ข้อแรก คือ การต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ ข้อสองคือต่อต้านการทุจริต และสุดท้ายคือ สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชน และตัวกลางที่จะช่วยให้นโยบายเหล่านี้สามารถสำเร็จไปตามเป้าหมายได้ ส่วนหนึ่งคือการสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ซึ่งสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

โจ ไบเดน กล่าวระหว่างการประชุมว่าสหรัฐฯ จะตั้งเงินทุนสำหรับปกป้องเสรีภาพสื่อและคุ้มครองนักข่าวที่รายงานการสืบสวน โดยกองทุนนี้จะมอบให้กับสำนักข่าวนานาชาติชั้นนำ

รัสเซีย ยันส่งทหารประชิดยูเครน เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เมินสหรัฐฯขู่คว่ำบาตร

รวมพลัง! โหวต "แอนชิลี" ก่อนอวดโฉมบนเวที Miss Universe 2021 รอบพรีลิมฯ คืนนี้!

อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก สองประเทศแรกที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย นั่นก็คือ จีน กับ รัสเซีย

ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เอกอัครราชทูตจีนและรัสเซียประจำสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความร่วมกัน วิจารณ์การจัดประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตยว่าเป็นการแบ่งแยกขั้วการเมืองบนโลกเหมือนกับว่ายังอยู่ในสมัยสงครามเย็น ประเด็นสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐฯ ถึงกลายเป็นผู้กำหนดว่าประเทศไหนสามารถเข้าร่วมได้ และประเทศไหนไม่สามารถเข้าร่วม และสหรัฐฯ ให้นิยามกับสถานะ “ประเทศประชาธิปไตย” ว่าอย่างไร คำถามดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงวันนี้

เจาะลึกที่มา “ชุดนางคาด” จากดีไซน์เนอร์ ก่อนโชว์สู่สายตาคนทั้งโลก รอบชุดประจำชาติ Miss Universe 2021...

เปิดโฉมสาวงาม ก่อนขึ้นประชันเวที Miss Universe 2021 ที่อิสราเอล ลุ้นมงลงใคร?

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าววิจารณ์การประชุมของสหรัฐ พร้อมทั้งถามว่าสหรัฐฯ มีคุณสมบัติพร้อมแค่ไหนที่จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำประชาธิปไตย เขาชี้ว่าแม้แต่สหรัฐฯ เองก็ยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียมภายในประเทศ อย่างเช่นเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติ และปัญหาการแทรกแซงการเมืองต่างประเทศ เช่นการส่งกองกำลังเข้าไปในตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2001

และหลังจากนั้นเพียงวันเดียว หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนอีกคน ก็ได้ออกมาวิจารณ์อีกว่าสหรัฐฯ กำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโดยใช้คำว่าประชาธิปไตยเป็นข้ออ้าง  เหวินบินชี้ว่าสหรัฐฯ จัดการประชุมครั้งนี้โดยไม่ขอความเห็นจากนานาชาติ หรือไม่แม้กระทั่งร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ อีกทั้งสหรัฐฯ กำลังจัดกลุ่มให้ประเทศอีกครึ่งโลกที่เหลือที่ไม่ได้รับเชิญว่าพวกเขาเป็นประเทศไร้ประชาธิปไตย

ไม่ใช่แค่ฝั่งจีนหรือรัสเซียเท่านั้นที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ กับการเมืองโลกในขณะนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษก็ชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงเกินไป และรังแต่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย

คาร์ลอส มาร์ติเนส นักวิจัยและนักกิจกรรมชาวอังกฤษ เจ้าของโครงการ “No Cold War” หรือไม่เอาสงครามเย็น กล่าวว่าขณะนี้โลกไม่ได้ต้องการการแบ่งขั้วอำนาจแบบในอดีต ดังนั้น การประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตย คงจะไม่ใช่โครงการที่ประสบความสำเร็จ

แม้แต่สื่อของสหรัฐฯ เองก็แสดงความกังขาว่าการประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตยจะมีประสิทธิภาพเพียงใด พาดหัวข่าวสำนักต่าง ๆ พากันตั้งคำถามว่าผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้จะสร้างผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ ทั้งยังชี้ว่าภายในปี 2021 เอง กระบวนการทางประชาธิปไตยของสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ก้าวหน้าสักเท่าไหร่

 

ท่าทีตอบโต้ของจีนไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเท่านั้น แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลจีนได้จัดการประชุมประชาธิปไตยเป็นเวลา 2 วัน โดยเชิญนักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชน มากกว่า 120 ประเทศ ในการประชุมนี้โฆษกพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้กล่าวว่า กระบวนการประชาธิปไตยของจีนที่นำโดยประธานาธิบดี สีจิ้นผิง คือประชาธิปไตยที่ใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต่างจากประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ทั้งยังย้ำว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็มีรูปแบบทางสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไป มีเพียงประชาชนเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ตัดสินว่าประเทศนั้น ๆ เป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่  เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ โดยตรงว่า ชาติตะวันตกไม่ควรขีดเส้นว่าประเทศไหนมีระบอบการปกครองแบบใด

นักวิเคราะห์ ชี้ว่า การจัดประชุมประชาธิปไตยของจีนนั้นไม่ต่างอะไรจากโฆษณาชวนเชื่อ เพราะโดยหลักการที่ยอมรับจากนานาชาติแล้ว จีนไม่ได้มีระบอบการปกครองตามแบบประชาธิปไตย

สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนอยู่ในอำนาจมานานถึง 70 ปี ตั้งแต่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งรัฐยังเป็นคนควบคุมอำนาจตุลาการ ขีดเส้นควบคุมการแสดงออกความคิดเห็นอย่างชัดเจน และยังสามารถแทรกแซงสื่อได้ การจัดประชุมเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ครั้งนี้จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักในสายตาของชาวโลก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ