โดยการประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตย ริเริ่มมาจากแนวคิดของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ชูนโยบายการต่างประเทศเน้นการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยตั้งแต่ลงเลือกตั้ง
สหรัฐฯ ย้ำว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับภัยต่อความมั่นคงของประชาธิปไตย โดยมีรายงานว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เสรีภาพบนโลกใบนี้ได้ถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด และประเทศประชาธิปไตยกว่าครึ่งกำลังอยู่ในช่วงเสื่อมถอย
มีหลักการ 3 ข้อที่รัฐบาลสหรัฐฯ เสนอว่าเป็นหัวใจสำคัญของการประชุม ข้อแรก คือ การต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ ข้อสองคือต่อต้านการทุจริต และสุดท้ายคือ สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชน และตัวกลางที่จะช่วยให้นโยบายเหล่านี้สามารถสำเร็จไปตามเป้าหมายได้ ส่วนหนึ่งคือการสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ซึ่งสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก
โจ ไบเดน กล่าวระหว่างการประชุมว่าสหรัฐฯ จะตั้งเงินทุนสำหรับปกป้องเสรีภาพสื่อและคุ้มครองนักข่าวที่รายงานการสืบสวน โดยกองทุนนี้จะมอบให้กับสำนักข่าวนานาชาติชั้นนำ
รัสเซีย ยันส่งทหารประชิดยูเครน เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เมินสหรัฐฯขู่คว่ำบาตร
รวมพลัง! โหวต "แอนชิลี" ก่อนอวดโฉมบนเวที Miss Universe 2021 รอบพรีลิมฯ คืนนี้!
อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก สองประเทศแรกที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย นั่นก็คือ จีน กับ รัสเซีย
ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน เอกอัครราชทูตจีนและรัสเซียประจำสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความร่วมกัน วิจารณ์การจัดประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตยว่าเป็นการแบ่งแยกขั้วการเมืองบนโลกเหมือนกับว่ายังอยู่ในสมัยสงครามเย็น ประเด็นสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐฯ ถึงกลายเป็นผู้กำหนดว่าประเทศไหนสามารถเข้าร่วมได้ และประเทศไหนไม่สามารถเข้าร่วม และสหรัฐฯ ให้นิยามกับสถานะ “ประเทศประชาธิปไตย” ว่าอย่างไร คำถามดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงวันนี้
เปิดโฉมสาวงาม ก่อนขึ้นประชันเวที Miss Universe 2021 ที่อิสราเอล ลุ้นมงลงใคร?
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าววิจารณ์การประชุมของสหรัฐ พร้อมทั้งถามว่าสหรัฐฯ มีคุณสมบัติพร้อมแค่ไหนที่จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำประชาธิปไตย เขาชี้ว่าแม้แต่สหรัฐฯ เองก็ยังมีปัญหาความไม่เท่าเทียมภายในประเทศ อย่างเช่นเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติ และปัญหาการแทรกแซงการเมืองต่างประเทศ เช่นการส่งกองกำลังเข้าไปในตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2001
และหลังจากนั้นเพียงวันเดียว หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนอีกคน ก็ได้ออกมาวิจารณ์อีกว่าสหรัฐฯ กำลังแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโดยใช้คำว่าประชาธิปไตยเป็นข้ออ้าง เหวินบินชี้ว่าสหรัฐฯ จัดการประชุมครั้งนี้โดยไม่ขอความเห็นจากนานาชาติ หรือไม่แม้กระทั่งร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติ อีกทั้งสหรัฐฯ กำลังจัดกลุ่มให้ประเทศอีกครึ่งโลกที่เหลือที่ไม่ได้รับเชิญว่าพวกเขาเป็นประเทศไร้ประชาธิปไตย
ไม่ใช่แค่ฝั่งจีนหรือรัสเซียเท่านั้นที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ กับการเมืองโลกในขณะนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษก็ชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังเล่นเกมที่เสี่ยงเกินไป และรังแต่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย
คาร์ลอส มาร์ติเนส นักวิจัยและนักกิจกรรมชาวอังกฤษ เจ้าของโครงการ “No Cold War” หรือไม่เอาสงครามเย็น กล่าวว่าขณะนี้โลกไม่ได้ต้องการการแบ่งขั้วอำนาจแบบในอดีต ดังนั้น การประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตย คงจะไม่ใช่โครงการที่ประสบความสำเร็จ
แม้แต่สื่อของสหรัฐฯ เองก็แสดงความกังขาว่าการประชุมผู้นำประเทศประชาธิปไตยจะมีประสิทธิภาพเพียงใด พาดหัวข่าวสำนักต่าง ๆ พากันตั้งคำถามว่าผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้จะสร้างผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ ทั้งยังชี้ว่าภายในปี 2021 เอง กระบวนการทางประชาธิปไตยของสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ก้าวหน้าสักเท่าไหร่
ท่าทีตอบโต้ของจีนไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเท่านั้น แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลจีนได้จัดการประชุมประชาธิปไตยเป็นเวลา 2 วัน โดยเชิญนักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชน มากกว่า 120 ประเทศ ในการประชุมนี้โฆษกพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้กล่าวว่า กระบวนการประชาธิปไตยของจีนที่นำโดยประธานาธิบดี สีจิ้นผิง คือประชาธิปไตยที่ใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพ ต่างจากประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ทั้งยังย้ำว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็มีรูปแบบทางสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไป มีเพียงประชาชนเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ตัดสินว่าประเทศนั้น ๆ เป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ โดยตรงว่า ชาติตะวันตกไม่ควรขีดเส้นว่าประเทศไหนมีระบอบการปกครองแบบใด
นักวิเคราะห์ ชี้ว่า การจัดประชุมประชาธิปไตยของจีนนั้นไม่ต่างอะไรจากโฆษณาชวนเชื่อ เพราะโดยหลักการที่ยอมรับจากนานาชาติแล้ว จีนไม่ได้มีระบอบการปกครองตามแบบประชาธิปไตย
สำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนอยู่ในอำนาจมานานถึง 70 ปี ตั้งแต่มีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งรัฐยังเป็นคนควบคุมอำนาจตุลาการ ขีดเส้นควบคุมการแสดงออกความคิดเห็นอย่างชัดเจน และยังสามารถแทรกแซงสื่อได้ การจัดประชุมเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ครั้งนี้จึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักในสายตาของชาวโลก