ผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามเดลต้าครอน มีจริง?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนอาจตกใจกับข่าวที่ว่า มีสายพันธุ์ใหม่อย่าง “เดลต้าครอน” ที่รวมเอาเดลต้า และโอมิครอนเข้าไว้ด้วยกัน แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศก็ออกมาตั้งคำถามและมองว่า เดลต้าครอนอาจไม่มีจริง ผลที่ได้อาจจะเกิดจากการปนเปื้อนในห้องแล็บมากกว่า ดังนั้นตอนนี้อาจจะเร็วเกินไปที่จะตอบได้ ต้องรอการตรวจสอบก่อน

หลังจากเมื่อวานนี้ สำนักข่าว Bloomberg รายงานข่าวว่า มีการค้นพบที่ไซปรัสว่า ไปเจอโควิด 19 สายพันธุ์ที่รวมเดลต้า และโอมิครอนเข้าด้วยกัน โดยศาสตราจารย์ลีอองดิออส คอสตริกิส (Leondios Kostrikis)  แห่งมหาวิทยาลัยไซปรัสและหัวหน้าห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและไวรัสโมเลกุลให้สัมภาษณ์กับ Sigma TV Friday ว่าการค้นพบนี้มีชื่อว่า "เดลตาครอน" (Deltacron) เนื่องจากมีการระบุลายเซ็นทางพันธุกรรมเหมือนโอมิครอนภายในจีโนมเดลต้า

แพทย์ ชี้ "โอมิครอน" อาจเป็นเชื้อสุดท้ายของการระบาด

ไซปรัสพบโควิดลูกผสม "เดลตาครอน"

โดยเขาได้ระบุกรณีดังกล่าว 25 เคส และพบว่าเชื้อสองตัวนี้รวมพลังกันมากในผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่รพ.

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นมีบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวอ้างดังกล่าว ที่ว่าไปพบสายพันธุ์ใหม่อย่าง “เดลต้าครอน” ที่ผสมสายพันธุ์เดลต้ากับโอมิครอนเข้าไว้ด้วยกัน

โดยเว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ รายงานว่า ดร.ครูติกา คัปพัลลิ ผู้ทำงานกับองค์การอนามัยโลก ระบุว่า เดลต้าครอนนั้นไม่มีจริง โดยเธอระบุในทวิตเตอร์ว่า เดลต้าครอนไม่มีจริง และมันอาจจะเกิดจากการปนเปื้อนในห้องแล็บ

กรณีดังกล่าวสอดคล้องกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยที่ออกมาตั้งคำถามถึงเจ้า “เดลต้าครอน” ว่ามีจริงหรือไม่ โดยดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักวิจัยด้านไวรัสวิทยา ได้โพสต์ข้อความไม่เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวานนี้ว่า

เช็กที่นี่ ! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด ทั้งแบบลงทะเบียน และ Walk in

ไวรัสชื่อประหลาดอย่าง Deltacron ถ้ามีจริงต้องแยกเชื้อออกมาให้ได้ เพิ่มปริมาณได้ และถอดรหัสออกมาได้ชัดเจน การได้ข้อมูลจากคนป่วยมาโดยตรง รีบถอดรหัส โอกาสสูงมากคือ การปนเปื้อนของ RNA ของไวรัสทั้งเดลต้า และ โอมิครอน ที่อยู่ในแล็บ อยากได้ขึ้นพาดหัวข่าวเลยรีบเร่งบอกสื่อทั้งๆที่ยังไม่วิเคราะห์ผลให้ถี่ถ้วนก่อน

ส่วนตัวเห็นด้วยกับ Dr. Tom Peacock ของ Imperial College ซึ่งเป็นนักวิจัยที่เคยชี้ให้เห็น Omicron เป็นคนแรก ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่กับข้อมูลไวรัสทุกวันทั้งวัน บอกว่าหลังดูข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรม ว่า ไวรัสชื่อประหลาดนี้ ไม่น่ามีอยู่จริงครับด้วยเหตุผลข้างต้น จำเป็นต้องเพาะออกมาให้เห็นจริงๆก่อนค่อยเชื่อครับ

ทั้งนี้ สายพันธุ์โอมิครอนกำลังระบาดในหลายประเทศทั่วโลก และเริ่มมีสัดส่วนผู้ป่วยใหม่เป็นโอมิครอน มากกว่าเดลต้า แต่ถึงแม้ดูเหมือนว่า ผู้ป่วยโอมิครอนอาการจะไม่รุนแรง แต่นายแพทย์เทดรอส เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยว่า ไม่ควรจะมองว่าโควิดสายพันธุ์โอมิครอนนั้น “ไม่รุนแรง” เพราะในเวลานี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก และระบบสาธารณสุขกำลังจะแบกรับไม่ไหวแล้ว ในขณะที่รัฐบาลของประเทศต่างๆก็ใช้ความพยายามอย่างหนักในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งนับจนถึงขณะนี้ คร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกไปแล้วกว่าห้าล้านแปดแสนคน

ผู้อำนวยการ WHO ยังเรียกร้องให้ทั่วโลกกระจายและเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยถ้าหากยึดตามตัวเลขในปัจจุบันนี้ 109 ประเทศจะไม่บรรลุเป้าหมายของ WHO ที่ต้องการให้ประชากร 70 เปอร์เซ็นต์ของทั่วโลกฉีดวัคซีนครบสองโดสภายในเดือนก.ค.นี้

ขยายเวลาลงทะเบียนบูสเตอร์โดส เข็ม3 ถึงวันที่ 11 ม.ค.นี้

และตอนนี้ มี 36 ประเทศที่ยังฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป และในบรรดาผู้ป่วยจำนวนมากทั่วโลก มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

 

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ