กรุงเคียฟประกาศเคอร์ฟิวอีกครั้ง หลังถูกระดมโจมตีหนัก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ประกาศเคอร์ฟิวอีกครั้งในคืนวันนี้ไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ หลังถูกระดมโจมตีหนัก


เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 นายวิตาลี คลิตชโก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในยามวิกาลหรือเคอร์ฟิวอีกครั้งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันนี้ไปจนถึงเวลา 7 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นของวันพรุ่งนี้ หลังเหตุการณ์โจมตีในกรุงเคียฟทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์โจมตีศูนย์การค้าและที่พักอาศัยของประชาชนในเขตโพดิลเมื่อคืนของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับจนถึงขณะนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย

รัสเซีย ขีดเส้นตายเมืองมาริอูปอล ให้วางอาวุธ ยูเครนลั่นไม่ยอมแพ้

ชาติตะวันตกประเมินรัสเซียหยุดบุก เจอปัญหาส่งกำลังบำรุงทางทหาร

"ศัตรูได้ทำการโจมตีเมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง ระหว่างช่วงกลางคืน ทีมกู้ภัยได้เข้าไปดับไฟที่เขตโพดิลสกีเป็นเวลานาน ศูนย์การค้าถูกไฟไหม้ และอาคารที่พักหกหลังได้รับความเสียหาย อันเป็นผลมาจากการถูกยิงระเบิดใส่ หนึ่งในสามของอาคารทั้งหมด โชคไม่ดีเลย ไม่หลงเหลือซากเลย ประชาชน 8 คน เสียชีวิต บริเวณของโรงเรียนสองแห่งและอนุบาลอีกสองแห่งก็ได้รับความเสียหายไปด้วย เพราะว่าไฟไหม้หลังเกิดการโจมตีทางอากาศ มันเกิดมลพิษทางอากาศขึ้นในเมืองหลวงและในพื้นที่ดังกล่าว ฉะนั้น กรุณาอย่าเปิดหน้าต่าง และเมื่อต้องออกไปด้านนอก ปกป้องปอดของคุณด้วยการสวมอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจทางการแพทย์ชนิดคลิตชโก กล่าว

เปิดสาเหตุ รัสเซีย-ยูเครน ยังบรรลุข้อตกลงยุติสงครามไม่ได้

ขณะที่เมื่อวานนี้ ทางรัสเซียก็ออกมายอมรับว่า โจมตีศูนย์การค้าในกรุงเคียฟจริง แต่อ้างว่า ศูนย์การค้าแห่งดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บจรวด และเป็นจุดซ่อมบำรุงกำลังของทหารยูเครน พร้อมบอกว่า การโจมตีเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำลายแบตเตอรี่ของเครื่องยิงจรวด และคลังกระสุนจำนวนมาก

รัสเซียยิงปืนใส่ผู้ประท้วงในเคอร์ซอน

อีกหนึ่งเมืองในยูเครนที่มีความเคลื่อนไหว คือ เมืองเคอร์ซอน ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งถูกทหารรัสเซียเข้ายึดครอง แต่บรรดาประชาชนชาวยูเครนในเมืองก็มักจะออกมาเดินขบวนอยู่บ่อยๆ ล่าสุดประชาชนจำนวนหนึ่งออกมารวมตัวกันต่อต้านรัสเซีย แล้วปรากฏว่ามีภาพนี้ออกมาแสดงให้เห็นว่าทหารรัสเซียใช้ปืนยิงเพื่อสลายการชุมนุมของพวกเขา

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับวิดีโอเหล่านี้มาจากผู้ประท้วงในเมืองเคอร์ซอน ที่เขาไปรวมตัวกันที่จัตุรัสเสรีภาพเมื่อวานนี้ ก่อนจะมีทหารรัสเซียเข้ามาใช้อาวุธปืนและระเบิดมือ สลายการชุมนุม ทำให้บรรดาผู้ประท้วงแตกกระจายไปหมด โดยสื่อมวลชนพยายามติดต่อไปยังฝ่ายรัสเซียถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ

มีรางานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวหนึ่งคน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ได้รับบาดเจ็บเพราะเหตุใด

ทางการจีนเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตเครื่องบินตก


ทั้งนี้ เมืองเคอร์ซอน ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 250,000 คน กลายมาเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกที่กองทัพรัสเซียเข้ามายึดครองได้ นับตั้งแต่เข้ามาบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่นับตั้งแต่นั้นประชาชนก็มักจะออกมาเดินขบวนประท้วงรัสเซียและแสดงพลังสนับสนุนยูเครน โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ยูเครนเปิดเผยว่า ทหารรัสเซียได้จับกุมประชาชนในเมืองเคอร์ซอนไปกว่าสี่ร้อยคน หลังออกมาประท้วงการรุกราน

ความช่วยเหลือไม่ถึง มาริอูปอล

ส่วนที่เมืองมาริอูปอล เมื่อวานนี้ทางการยูเครนปฏิเสธข้อเสนอของรัสเซียที่ให้วางอาวุธและยอมแพ้ แล้วรัสเซียจะยอมเปิดทางให้พลเรือนอพยพออกจากเมืองดังกล่าว โดยมาริอูปอลถูกกองกำลังรัสเซียล้อมไว้เกือบ 3 สัปดาห์แล้ว ประชาชนกว่า 4 แสนคนติดอยู่ข้างในถึงแม้ว่าจะมีการตกลงกันว่าจะหยุดยิงเพื่อเปิดระเบียงมนุษยธรรมให้คนอพยพออกมาจากที่นั่นแต่ก็ไม่เป็นผล

ในเวลานี้ ขบวนรถที่บรรทุกสิ่งของเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ IFRC ยังคงจอดรออยู่ด้านนอกเมืองมาริอูปอล เพื่อรอการให้สัญญาณเดินทางเข้าตัวเมือง แต่ทางประธานของไอเอฟอาร์ซี ซึ่งในเวลานี้ เขาและทีมประจำการอยู่ในโรมาเนีย ซึ่งมีชายแดนติดกับยูเครน เปิดเผยว่า ไม่มีทางเข้าเมืองมาริอูปอลเลย และตอนนี้ประชาชนในเมืองดังกล่าวก็ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม และไม่มีไฟฟ้าใช้

ทาง IFRC ยังบอกด้วยว่า ต้องการเห็นรัสเซียและยูเครนหาข้อตกลง เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปได้ ตามที่อนุสัญญาเจนีวาได้ให้ความคุ้มครองพลเรือนเอาไว้ แต่โชคไม่ดีที่ดูเหมือนว่า สิ่งนี้จะยังไม่เกิดขึ้น

ยูเครนพร้อมเจรจารัสเซียอีกครั้ง  

ท่ามกลางสงครามที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้ ระหว่างการแถลงผ่านทางวิดีโอของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และเปิดสัญญาณไซเรนดังเป็นเวลา 20 วินาที โดยเขาบอกว่า ต้องการแสดงให้โลกเห็นว่าตอนนี้ ชาวยูเครนใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย

ตอนนี้ไม่ต้องกลัวครับ คุณจะได้ยินเสียงที่เราต้องอยู่กับมันมาเป็นเวลา 25 วันแล้วตอนนี้ เสียงนี้ได้กลายมาเป็นความคุ้นเคยในเมืองทั้งหมดของเรา“ เซเลนกี กล่าว

นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนยังเปิดเผยอีกด้วยว่า มันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การเจรจาเพื่อยุติสงครามจะเกิดขึ้น หากไม่มีการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าพร้อมแล้วที่จะคุยกับประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย เพื่อหยิบยกประเด็นเรื่องดินแดนขึ้นมาหารือ แต่ระบุว่า ข้อตกลงประนีประนอมใด ๆ ก็ตามกับรัสเซียเพื่อยุติสงครามนั้น จำเป็นต้องได้รับการลงมติสนับสนุนจากชาวยูเครนในการทำประชามติด้วย

ไบเดนคาดรัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี-โจมตีไซเบอร์

ด้าน นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา กล่าวระหว่างการประชุมด้านธุรกิจที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตันดีซีของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ ว่า ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียอาจจะใช้การโจมตีทางไซเบอร์ เพื่อเป็นการแก้แค้นที่สหรัฐใช้มาตรการลงโทษต่าง ๆ ที่รัสเซียรุกรานยูเครน เพราะในมุมมองของเขาแล้ว หนึ่งในเครื่องมือที่รัสเซียอาจจะใช้ก็ คือ การโจมตีทางไซเบอร์ เพราะว่ารัสเซียนั้นมีศักยภาพด้านนี้ค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตาม ไบเดนบอกบรรดาผู้นำทางธุรกิจว่า ทางรัฐบาลจะช่วยเหลือ หากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง แต่ก็ขอให้บริษัทต่างๆทำให้มั่นใจด้วยว่า มีเทคโนโลยีด้านนี้เพียงพอที่จะรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์แล้ว

นอกจากนี้ ไบเดนยังเตือนอีกว่า ประธานาธิบดีปูตินอาจจะกำลังชั่งใจอยู่ถึงการใช้อาวุธเคมีในการโจมตียูเครนอีกด้วย

หญิงยูเครนใช้ตัวกำบังลูกจากสะเก็ดระเบิด

ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ระบุว่า ในเวลานี้เพนตากอนจะช่วยรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่ออาชญกรรมทางสงครามในยูเครน โดยมีการกล่าวหากองกำลังของรัสเซียว่า ทำการโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่พลเรือน

ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของสหรัฐในเวลานี้ สร้างความไม่พอใจให้แก่รัสเซีย อย่างก่อนหน้านี้ ารที่ประธานาธิบดีไบเดนเรียกประธานาธิบดีปูตินว่าเป็นอาชญากรสงครามก็ทำให้รัสเซียไม่พอใจมาแล้ว ล่าสุดทางรัสเซียยังได้เรียกตัวทูตสหรัฐประจำรัสเซียเข้ามาพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ทางไบเดนเรียกผู้นำของรัสเซียว่าอาชญากรสงครามอีกด้วย

อนึ่งก่อนหน้านี้ ทางการรัสเซียประกาศแบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมสื่อสังคมออนไลน์สัญชาติอเมริกันมาแล้ว และล่าสุดเมื่อวานนี้ ศาลรัสเซียได้ประกาศแบนบริษัทเมต้า ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมในประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว และชี้ว่า บริษัทเมต้านั้นเป็น “พวกหัวรุนแรงสุดโต่ง”

ศาล ยังให้เหตุผลด้วยว่า เพราะบริษัทเมต้าเป็นแหล่งผลิตแพลทฟอร์มอย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมที่กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวอันสุดโต่ง แต่ว่า คำตัดสินนี้ไม่ได้บังคับใช้กับ WhatsApp ของบริษัทเมต้า

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ