อิรีนา เวเนดิกโตวา (Iryna Venediktova) อัยการสูงสุดของยูเครน เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ มีการยืนยันพบศพพลเรือนเสียชีวิตในพื้นที่รอบกรุงเคียฟแล้วอย่างน้อย 1,222 คน และยังมีรายงานการพบหลุมศพหมู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) ชี้ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตในยูเครนแล้ว 1,793 คน บาดเจ็บอีก 2,439 คน แต่คาดว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้
ขณะเดียวกัน กองทัพรัสเซียยังคงเปิดฉากโจมตียูเครนอย่างหนักตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งที่เมือง ดนีโปร (Dnipro) ซึ่งอยู่ทางตอนกลาง ค่อนไปทางตะวันออกของประเทศ มีรายงานว่าสนามบินนานาชาติในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังถูกทิ้งระเบิดโจมตี นอกจากนี้ ยังมีเมืองมิกโคลาอีฟ (Mykolaiv) ทางตอนใต้ รวมถึงคาร์คีฟ เมืองใหญ่อันดับ 2 ด้วย
โดยก่อนหน้านี้ ทางการยูเครน ระบุว่า กองทัพพร้อมรับศึกหนักทางภาคตะวันออก หลังกองกำลังรัสเซียเริ่มจัดทัพใหม่ เพื่อยกระดับการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าว
สอดคล้องกับภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดของ แม็กซาร์ เทคโนโลยีส์ บริษัทเอกชนของสหรัฐฯ ที่แสดงให้เห็นว่าขบวนรถของกองทัพรัสเซีย ซึ่งประกอบไปด้วยยานยนต์หุ้มเกราะ ปืนใหญ่ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ความยาวเกือบ 13 กม. กำลังมุ่งหน้าสู่ภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน
ด้านที่สำนักวาติกัน เมื่อวานนี้ (10 เม.ย.) สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงเรียกร้องขอให้มีการหยุดยิงในช่วงอีสเตอร์ เพื่อเปิดทางให้สันติภาพ พร้อมประณามการสังหารหมู่พลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่สามารถป้องกันตนเองได้
ด้านธนาคารโลก หรือเวิล์ดแบงก์ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูเครนจะหดตัวมากกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ สืบเนื่องจากการรุกรานของรัสเซีย
ขณะที่จีดีพีของรัสเซียจะลดลงอย่างน้อย 11 เปอร์เซ็นต์ โดยเป็นผลจากมาตรการลงโทษของชาติตะวันตก
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังประเมินว่า หลายประเทศที่อยู่รอบยูเครนจะเผชิญกับความเดือดร้อนรุนแรง โดยบางประเทศอาจต้องขอความช่วยเหลือภายนอกจากหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้ตัวเองผิดนัดชำระหนี้ที่มีอยู่
ยูเครน กลับมาเผชิญวิกฤตอีกรอบ หลังกองทัพรัสเซีย ระดมโจมตีทางตะวันออก
ระดับกัมมันตรังสีในบางพื้นที่ของเชอร์โนบิลสูงขึ้น หลังรัสเซียถอนกำลัง