โลกร้อนและมลพิษ กระทบภาคการท่องเที่ยวเมืองลาฮอร์ของปากีสถาน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ลาฮอร์ เมืองใหญ่ของแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน สูญเสียนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก จากปัญหาคลื่นความร้อนและมลพิษ

“ลาฮอร์ (Lahore)” เมืองหลวงของแคว้นปัญจาบ และเมืองหลวงอันดับ 2 ของประเทศปากีสถาน ถือเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มักมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก

แต่หลังจากเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ปากีสถานเผชิญกับปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิในเมืองลาฮอร์พุ่งขึ้นไปสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าอุณหภูมิปกติถึง 9 ฃองศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่ในปากีสถานอุณหภูมิร้อนแตะ 49 องศาเซลเซียส ซึ่งปรากฏการณ์คลื่นความร้อนนี้ เป็นผลกระทบหนึ่งจากปัญหาภาวะโลกร้อน

“พลังงานนิวเคลียร์” จำเป็นต่อการลดภาวะโลกร้อนของเอเชีย?

ไม่ใช่แค่โลกร้อน มนุษย์กำลังทำให้สภาพภูมิอากาศโลก “โกลาหล”

คลื่นความร้อนกับชีวิตไร้ร่มเงาของแรงงานรายวันอินเดีย

อาดิล ลาฮอเร มัคคุเทศก์ในเมืองลาฮอร์ เล่าว่า เขาได้รับแจ้งจากลูกค้าที่มาจากยุโรปตะวันออกว่า จะไม่อยู่ในเมืองลาฮอร์ต่อตามตารางและจะเดินทางขึ้นเหนือ ซึ่งมีอากาศเย็นกว่าในทันที เนื่องจากทนอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสในลาฮอร์ไม่ไหว

เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ตอบโต้เกาหลีเหนือ ยิงทดสอบขีปนาวุธบ้าง

“โดยปกติแผนการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีการพัก 2-3 วันในลาฮอร์ บางคนถึงกับมุ่งหน้าไปทางใต้ของปัญจาบ แล้วจึงจะออกเดินทางไปทางเหนือหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์หรือราว ๆ นั้น แต่ปีนี้นักท่องเที่ยวที่มาถึงในเดือน เม.ย. หรือ มี.ค. ล้วนอยากไปเที่ยวภูเขาทางเหนือทันทีโดยไม่แวะพักแถวลาฮอร์” อาดิลบอก

ทางการปากีสถานออกคำเตือนว่า อุณหภูมิในแถบปัญจาบสูงกว่าปกติถึง 9 องศาเซลเซียส เป็นผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของลาฮอร์ซึ่งปกติมักต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. ต้องหยุดชะงัก

นักท่องเที่ยวต่างชาติถูกดึงดูดไปทางเหนือมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงเพราะอากาศที่ร้อนในลาฮอร์เท่านั้น แต่ยังเพราะธารน้ำแข็งในภูมิภาคทางเหนือละลายเร็วกว่าปกติ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่เป็นทะเลสาบ สวน และสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เช่น ด่านพรมแดนกุนจีราบ (Khunjerab Pass) สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น

“แต่ก่อนไม่เคยมีใครเคยได้ยินมาก่อนว่าด่านกุนจีราบจะเปิดในช่วงเวลานี้ของปี แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยวของพื้นที่ภาคเหนือเริ่มเร็วขึ้น” อาดิลกล่าว

ลาฮอร์เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมมานานหลายศตวรรษ โดยมีมรดกทางสถาปัตยกรรมแบบชาวอังกฤษและชาวโมกุล และมักเป็นที่นิยมสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีมากกว่าช่วงเวลาอื่น โดยช่วงกลางปีเป็นช่วงฤดูร้อน ทำให้คนไม่นิยมท่องเที่ยว ส่วนช่วงปลายปีก็มีปัญหามลพิษ

ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. มักเกิดปัญหาหมอกควันในลาฮอร์ ส่วนหนึ่งจากการสัญจรคมนาคมของผู้คน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ลาฮอร์มักติดอันดับหนึ่งในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก แต่ปรากฏการณ์ที่พบขณะนีคือ แม้แต่ในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก็พบฝุ่นควันมหาศาลในลาฮอร์เช่นกัน ซ้ำเติมภาคการท่องเที่ยวที่เดิมทีก็พังอยู่แล้วจากคลื่นความร้อน

อีกหนึ่งหลักฐานชัดเจนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศในลาฮอร์ คือพฤติกรรมนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการรถบัสแบบ 2 ชั้นที่เปลี่ยนไป

อังกฤษปิดฉากงานฉลองควีนครองราชย์ 70 ปีอย่างยิ่งใหญ่

อาบิด เชาคัต เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัทพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งปัญจาบ (TDCP) ผู้รับผิดชอบการให้บริการรถบัส 2 ชั้นในลาฮอร์ กล่าวว่า การขายตั๋วรถบัส 2 ชั้นได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของลาฮอร์

“เดิมทีชั้นบนของรถบัสที่เปิดโล่งจะเป็นที่ที่คุณจะได้ชมวิวที่ดีที่สุด แต่ในช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหลายคนพบว่า ชั้นบนร้อนเกินกว่าจะนั่งได้ และตัดสินใจนั่งรถชั้นล่างที่ปิดและติดเครื่องปรับอากาศแทน ในทำนองเดียวกัน ถ้ามีฝุ่นควัน หลายคนก็ไม่อยากชมวิวที่ชั้นบนของรถบัส” เชาคัตกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว แอชฟาค ข่าน ให้ความเห็นเรื่องปัญหาเมืองลาฮอร์ว่า “การวางผังเมืองในลาฮอร์ยังคงเหมือนจงใจซ้ำเติมผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ... พวกเขากำลังแทนที่พื้นที่สีเขียวด้วยซีเมนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมรู้สึกอายทุกครั้งที่ต้องบอกแขกผู้มาเยือนว่า 'ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งสวน'”

ข่านบอกอีกว่า “ชาวปากีสถานทุกคนควรปลูกต้นไม้ ประเทศต้องการการปฏิวัติสีเขียว … การท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามในประเทศจะไม่เจริญรุ่งเรืองหากเราไม่จัดลำดับความสำคัญของเราอย่างตรงไปตรงมา”

ด้าน ทอเคียร์ คูเรชี อดีตผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของแคว้นปัญจาบ กล่าวว่า “ในกรณีที่ใครก็ตามต้องการดูผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ลาฮอร์เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยม”

คูเรชีบอกว่า ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการขาดแรงสนับสนุนทางการเมือง จะยังคงทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของปากีสถานเลวร้ายลง และจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวต้องดิ้นรนอย่างยากลำบาก

ไซมา เบก นักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สภาพของลาฮอร์ไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากเมืองนี้ยังคงไม่มีกระบวนการตรวจสอบและแก้ปัญหาใด ๆ เลยแม้แต่อย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยมลพิษของภาคอุตสาหกรรม การเผาไร่สวน การเผาหรือทิ้งของเสียทั่วไป

“สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมที่ดี ทำงานร่วมกับเกษตรกรเพื่อหยุดการเผาไร่นาและหาทางเลือกอื่น และนโยบายการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น” เธอบอก

ไซมาเสริมว่า “การบำรุงรักษารถยนต์และการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าควรเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสภาพภูมิอากาศโดยรวมของประเทศด้วย และจำเป็นต้องพิจารณาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ เช่น พลังงานลม เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

 

เรียบเรียงจาก Al Jazeera

ภาพจาก AFP

อนามัยโลกชี้ “ฝีดาษลิง” เป็น “ภัยเสี่ยงระดับปานกลาง” ต่อสาธารณสุขโลก

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ใช้ปากเตะบอล | แมตช์สุดท้ายพรีเมียร์ลีก

ใช้ปากเตะบอล | แมตช์สุดท้ายพรีเมียร์ลีก

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ