นับตั้งแต่รัสเซียเริ่ม “ปฏิการพิเศษทางทหาร” ในยูเครน ก็ได้เผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจำนวนมากจากนานาประเทศ เช่น การแช่แข็งทรัพสิน ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรัสเซีย แบนสินค้าบางชนิด และห้ามเที่ยวบินรัสเซีย เป็นต้น
รัสเซียตอบโต้ด้วยการเรียกร้องให้ยุโรปจ่ายค่าก๊าซด้วยสกุลเงินรูเบิล มิฉะนั้นจะลดการส่งออกก๊าซธรรมชาติให้ชาติยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะหลายประเทศในยุโรปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเป็นหลัก เช่น เยอรมนี ที่เกือบครึ่งของก๊าซธรรมชาติในประเทศมาจากรัสเซีย
ครบรอบ 6 เดือนสงครามรัสเซีย-ยูเครน คาดเดาไม่ได้ลงเอยอย่างไร
นอกจากนี้ รัสเซียยังปิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 (NS1) หรือท่อหลักที่ใช้ส่งก๊าซจากรัสเซียไปยุโรป อยู่เป็นระยะ ๆ โดยอ้างเรื่องการซ่อมบำรุง
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความกังวลว่า ในฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนนี้ ประชาชนยุโรปจำนวนมากอาจได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่มีก๊าซธรรมชาติเพียงพอมาใช้ในระบบทำความร้อนหรือโครงสร้างที่จำเป็นอื่น ๆ แม้หลายประเทศจะหันไปพึ่งพาแหล่งก๊าซอื่นหรือใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดและพยายามสำรองก๊าซธรรมไว้เท่าที่ทำได้ แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่า จะเพียงพอหรือไม่
จากประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ทำให้มีข้อสงสัยว่า แล้วรัสเซียนำก๊าซธรรมชาติที่ไม่ได้ส่งออกให้ยุโรปแล้วไปทำอะไรหรือไว้ที่ไหน
มีข้อมูลจำนวนหนึ่งที่บ่งชี้ว่า “รัสเซียอาจเผาก๊าซธรรมชาติส่วนนั้นทิ้งไป”
อารี ไลน์ ชาวเมืองฮามินา ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันออกของฟินแลนด์ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย เล่าให้สำนักข่าว YLE ของฟินแลนด์ฟังว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปยังเกาะแลนสเกรี และสังเกตเห็นเปลวไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาจากฝั่งของรัสเซีย
“ผมสงสัยว่ามันมาจากทิศทางเดียวกับสถานีเก็บก๊าซธรรมชาติ (ของรัสเซีย) หรือไม่ และก็พบว่า มันมาจากทางทิศนั้นจริง ๆ” ไลน์กล่าว
ภาพถ่ายดาวเทียมจากระบบระวังไฟขององค์การนาซา (NASA) ยังพบว่า ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. มีเปลวเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณสถานีบีบอัดก๊าซธรรมชาติปอร์โตวายา ของบริษัทก๊าซพรอม (Gazprom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของรัสเซีย
โดยปกติมักไม่มีการเผาทำลายก๊าซธรรมชาติ เพราะถือว่าเป็นทรัพยากรและเชื้อเพลิงที่มีค่า จึงมีการคาดการณ์ว่า นี่คือการจงใจเผาทำลายก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอาจเป็นก๊าซธรรมชาติที่เดิมทีต้องส่งให้ยุโรป
ทั้งนี้ ฟินแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ไม่ได้รับก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียตั้งแต่เดือน พ.ค. เนื่องจากปฏิเสธที่จะจ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิลตามที่รัสเซียเรียกร้อง แต่เดิมทีแล้ว เป็นเรื่องปกติที่คนจากฝั่งฟินแลนด์จะสามารถมองเห็นเปลวไฟจากโรงกลั่นน้ำมันหรือโรงบีบอัดก๊าซธรรมชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในฝั่งรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากดาวเทียมนาซาพบว่า ตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ไม่มีการตรวจพบเปลวเพลิงในพื้นที่สถานีบีบอัดก๊าซธรรมชาติของก๊าซพรอมเลย
ล่าสุด มีข้อมูลว่า จุดที่เกิดเปลวไฟหรือการเผาก๊าซธรรมชาติน่าจะเป็นสถานีก๊าซธรรมชาติเหลวปอร์โตวายา ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีบีบอัดก๊าซธรรมชาติ
Rystad Energy บริษัทอิสระที่วิจัยด้านพลังงานและให้บริการข้อมูล ผลวิเคราะห์ และคำปรึกษา แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก กล่าวว่า คาดว่าก๊าซธรรมชาติที่รัสเซียเผาทิ้งอยู่ในขณะนี้เป็นก๊าซที่จะต้องส่งให้เยอรมนี ซึ่งเผาไปในอัตรา 4.34 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 360 ล้านบาท) ต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นมาจากปอร์โตวายานั้น เกิดจากการเผาก๊าซธรรมชาติส่วนเกินจริงหรือไม่ โดย โอลกา ไวซาเนน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ Gasum บริษัทพลังงานในฟินแลนด์ กล่าวว่า โดยทั่วไป หากไม่พูดถึงเรื่องความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน บางครั้งสถานีก๊าซธรรมชาติอาจต้องเผาก๊าซธรรมชาติในบางสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการส่งก๊าซ
ไวซาเนนบอกว่า การเผามักเกิดขึ้นหากมีอุปสรรคหรือความผิดปกติบางอย่างในสถานีจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือโรงงานก๊าซชีวภาพอื่น ๆ ก็อาจต้องมีการเผา ตัวอย่างเช่น เพื่อรักษาแรงดันในถังเก็บก๊าซให้คงที่ ซึ่งหากมีปัญหาระยะยาวในสถานีก๊าซธรรมชาติ ก็เป็นไปได้ที่จะต้องมีการเผาก๊าซอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญแย้งว่า ขยาดของเปลวเพลิงที่มีผู้พบเห็นนี้ ดูจะใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นการเผาตามกระบวนการที่จำเป็น
ดร.เจสสิกา แม็กคาร์ที ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลดาวเทียมจากมหาวิทยาลัยไมอามี กล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นสถานี LNG ลุกเป็นไฟใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ... ตั้งแต่ประมาณเดือน มิ.ย. เป็นต้นมา เราเห็นเปลวเพลิงที่ใหญ่โตนี้ และมันก็ไม่หายไป มันยังคงสูงและใหญ่มากอย่างผิดปกติ”
หากว่าก๊าซธรรมชาติที่รัสเซียกำลังเผาไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาในสถานี แต่เป็นก๊าซส่วนเกินที่ต้องส่งให้ยุโรปจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะเป็นการทำลายทรัพยากรอันมีค่าทิ้งไปอย่างเสียเปล่า
แต่ไม่ว่าจะเป็นความจำเป็นหรือความจงใจ การเผาก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องจนเกิดเพลิงขนาดใหญ่เช่นนี้ก่อผลเสียอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีการเผาก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก แม้ความอันตรายต่อโลกจะไม่เท่ากับก๊าซมีเทน แต่มันก็ทำให้เกิดปัญหาสำคัญอื่น ๆ ตามมาได้
ศ.แมทธิว จอห์นสัน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาร์ลตันในแคนาดา กล่าวว่า การเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ก๊าซธรรมชาติ มักจะทำให้เกิดอนุภาคที่เรียกว่า “แบล็กคาร์บอน”
“อนุภาคแบล็กคาร์บอนที่ปล่อยออกมานี้อาจลอยไปทางเหนือ แล้วสะสมบนหิมะและน้ำแข็ง และเร่งกระบวนการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเหนือได้ ... การประมาณการจากการศึกษาบางชิ้นระบุว่า การเผาก๊าซธรรมชาติเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสะสมของอนุภาคแบล็กคาร์บอนในแถบอาร์กติก และการเผาก๊าซที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลเสียต่อภูมิภาคนี้อย่างยิ่ง” จอห์นสันกล่าว
ภาพจาก YLE