เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) เกิดเหตุระทึกขวัญที่ทำให้ทั้งยุโรปเกือบหัวใจวาย หลังมีการโจมตีบริเวณโรงไฟฟ้าซาโปริซเซียของยูเครน จนเกิดเพลิงไหม้ กระทบสายไฟแรงสูงเส้นสุดท้าย ทำให้โรงไฟฟ้าถูกตัดขาดการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของยูเครนเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี
เอเนอร์โฮอะตอม (Enerhoatom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครน รายงานว่า เกิดเพลิงไหม้บริเวณบ่อขี้เถ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แล้วส่งผลต่อสายไฟดังกล่าว ทำให้โรงไฟฟ้าถูกตัดขาดจากระบบไฟฟ้า 2 ครั้ง
จะเกิดอะไรขึ้น? หากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียของยูเครนระเบิด
“ด้วยเหตุนี้ เครื่องปฏิกรณ์ที่กำลังดำเนินงาน 2 เครื่องในโรงไฟฟ้าจึงถูกตัดการเชื่อมต่อจากระบบไฟฟ้า” เอเนอร์โฮอะตอมแถลง และกล่าวโทษว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของฝ่ายรัสเซีย “การกระทำของผู้รุกรานทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียถูกตัดการเชื่อมต่อโดยสมบูรณ์จากโครงข่ายไฟฟ้า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโรงไฟฟ้าแห่งนี้”
สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) หน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า “ยูเครนบอกกับ IAEA ว่า ซาโปริซเซียถูกตัดขาดการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ปัจจุบันกลับมาใช้งานได้อีกครั้งแล้ว”
โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียมีสายไฟฟ้าแรงสูงที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าขอยูเครนจำนวน 4 เส้น แต่ถูกทำลายไปแล้ว 3 เส้น ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากหากสายไฟแรงสูงถูกทำลายไปทั้งหมด
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียพึ่งพาระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเพื่อให้ระบบหล่อเย็นทำงาน คอยควบคุมอุณหภูมิเครื่องปฏิกรณ์ไม่ให้ร้อนเกินไป หากระบบเหล่านั้นล้มเหลว เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ก็จะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการหลอมละลายนิวเคลียร์ (Nuclear Meltdown) ซึ่งอาจทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล หรืออาจรุนแรงถึงขั้นระเบิดได้
เปโตร โคติน ผู้อำนวยการเอเนอร์โฮอะตอม กล่าวว่า หากสายไฟแรงสูงเส้นที่ 4 ได้รับความเสียหาย จะทำให้ไฟฟ้าดับทั่วทั้งโรงงานซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตราย เพราะโรงไฟฟ้าจะเหลือแต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเป็นแหล่งไฟฟ้าแหล่งเดียว ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาการทำงานของระบบหล่อเย็น
ในช่วงที่ถูกตัดขาดจากระบบไฟฟ้ายูเครน โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียยังมีไฟฟ้าบางส่วนอยู่ จากสายไฟสำรองที่เชื่อมต่อกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่อยู๋ใกล้เคียง ซึ่งเดิมทีสายไฟสำรองนี้มีอยู่ 3 เส้น แต่ถูกทำลายไปแล้ว 2 เส้น
เมื่อวานนี้ โคตินเพิ่งจะออกมาเปิดเผยกับสื่อต่างประเทศว่า เขาได้รับรายงานมาจากภายในโรงไฟฟ้าว่า รัสเซียมีแผนที่จะสับเปลี่ยนระบบโครงข่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจากของยูเครนไปเป็นของรัสเซีย ส่วนหนึ่งเพื่อตัดพลังงานในยูเครนขณะที่ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา
โรงไฟฟ้าซาโปริซเซียเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับ 9 ของโลก และมีความสำคัญต่อยูเครน เพราะผลิตไฟฟ้าถึง 20% จากกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในยูเครน แต่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกรัสเซียยึดไว้ได้ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
เรียบเรียงจาก CNN / The Guardian
ภาพจาก European Union
สูญเสียหนัก? ปูตินลงนาม พ.ร.ก.ขยายขนาดกองทัพเพิ่มทหารนับแสนนาย