สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริซเซีย (Zaporizhzhia) ยังคงอยู่ในสภาวะไม่แน่นอน เมื่อยังคงมีการโจมตีในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียและยูเครนต่างโทษอีกฝ่ายว่าเป็นตัวการที่เสี่ยงจะทำให้เกิด “หายนะนิวเคลียร์” ขึ้นในยุโรป
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เกิดเหตุระทึก หลังมีการโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้กระทบสายไฟฟ้าแรงสูงที่เชื่อมโรงไฟฟ้ากับโครงข่ายระบบไฟฟ้า จนถูกตัดขาดจากระบบช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ชีวิตใน “เอเนอร์โฮดาร์” เมืองที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ในกำมือรัสเซีย
การที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกตัดขาดระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพึ่งพาระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลเพื่อให้ระบบหล่อเย็นทำงาน คอยควบคุมอุณหภูมิเครื่องปฏิกรณ์ไม่ให้ร้อนเกินไป
หากระบบเหล่านั้นล้มเหลว เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ก็จะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการหลอมละลายนิวเคลียร์ (Nuclear Meltdown) ซึ่งอาจทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล หรืออาจรุนแรงถึงขั้นระเบิดได้
ล่าสุด เอเนอร์โฮอะตอม (Enerhoatom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครน ออกมารายงานว่า หากเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าซาโปริซเซีย “บางพื้นที่ของรัสเซียก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
โดยเอเนอร์โฮอะตอมระบุว่า “ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียแล้วมีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล หากพิจารณาทิศทางลมในที่ 29 ส.ค. 2022 กัมมันตรังสีเหล่านั้นซึ่งสามารถปนเปื้อนไปกับอากาศ จะสามารถแพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครนและทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซียได้”
แต่หากเป็นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขแงซาโปริซเซียเพียงยูนิตใดยูนิตหนึ่ง กัมมันตรังสีจะเคลื่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปยังรัสเซียเป็นหลัก
ด้านผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานปรมาณูแห่งประเทศยูเครนเองก็ได้คาดการณ์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และได้ผลที่ออกมาสอดคล้องกัน
เอเนอร์โฮอะตอมยังออกข้อแนะนำให้ประชากรในพื้นที่ที่อาจเป็นอันตรายจากกัมมันตรังสี ให้เตรียมพร้อมป้องกันด้วย Iodine Prophylaxis หรือการรับประทานไอโอดีนดีเข้าไปก่อน
หลายคนอาจพอจำได้ว่า เมื่อเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างเช่น เหตุการณ์ฟุกุชิมะที่ญี่ปุ่น เราจะเห็นการแจกจ่ายยาไอโอดีนให้กับประชาชน
ในเรื่องนี้ต้องขยายความเพิ่มว่า ในร่างกายของคนเราจะมีต่อมไทรอยด์ที่ทำหน้าที่ดูดซึมสารไอโอดีน ซึ่งโดยปกติเราจะได้รับไอโอดีนจากเกลือปรุงอาหาร อาหารทะเลหรือสาหร่ายทะเล
แต่สารกัมมันตรังสีที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น มักจะมี ไอโอดีน-131 ซึ่งเป็นกัมมันตรังสีอันตรายปะปนอยู่ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ต่อมไทรอยด์ก็จะทำการดูดซึมไอโอดีนร้ายนี้เข้าไปด้วย เนื่องจากต่อมไทรอยด์ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า นี่คือไอโอดีนที่ดีหรือไม่ดี และเสี่ยงจะก่อให้เกิดมะเร็ง
เมื่อร่างกายได้รับปริมาณไอโอดีนต่อวันเพียงพอ ต่อมไทรอยด์ก็จะไม่มีที่ว่างในการรับไอโอดีนที่เป็นรังสีมาเพิ่ม หรือรับได้น้อย ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อร่างกายของเรา นี่จึงเป็นสาเหตุที่มักมีการแจกไอโอดีนในพื้นที่ที่กัมมันตรังสีรั่วไหล
เอเนอร์โฮอะตอม ยังแนะให้ประชาชนลดการอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งหากไม่จำเป็น และในกรณีที่กัมมันตรังสีรั่วไหลจริง ให้ใช้วิธีการป้องกันอวัยวะระบบทางเดินหายใจ และขอแนะนำให้ปิดหน้าต่างและประตูให้มิดชิด ปิดเครื่องปรับอากาศ, พัดลม, ท่อระบายอากาศ, ปล่องไฟ ฯลฯ
นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่อาจเป็นอันตราย รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ ยังแนะนำให้ใช้มาตรการในการปิดผนึกหรือบรรจุ อาหาร น้ำ ผ้าน เอกสาร และสิ่งของมีค่าอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันสารปนเปื้อน รวมถึงลดการเข้าป่า ห้ามล่าสัตว์และตกปลาในแหล่งน้ำในท้องถิ่น เพราะอาจมีกัมมันตรังสีปนเปื้อน
เรียบเรียงจาก Enerhoatom
ภาพจาก AFP
เรือรบสหรัฐฯ 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน ขณะที่จีนยังคงซ้อมรบรอบไต้หวัน
รัสเซีย-ยูเครน โบ้ยอีกฝ่ายโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริซเซีย