เตือนยุโรป อาจต้องรับผู้อพยพจากยูเครน อีกเรือนแสนคน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของนอร์เวย์ เตือนยุโรปอาจต้องเปิดรับผู้อพยพจากยูเครนอีกนับแสนคน เนื่องจากการโจมตีหลายระลอกจากฝ่ายรัสเซีย ทำให้ประชาชนเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ

นาย แยน อีเกแลนด์ (Jan Egeland) เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนชาวยูเครนต้องตัดสินใจเลือกระหว่างทนอยู่ในสภาพอากาศอันหนาวเย็น หรือ อพยพไปประเทศอื่น ดังนั้นประเทศต่างๆ ทั่วทวีปยุโรปต้องเตรียมความพร้อมรับบมือกับผู้อพยพจากยูเครนระลอกใหม่อีกหลายแสนคน โดยนับตั้งแต่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกยูเครนตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีชาวยูเครนที่อพยพหนีภัยสงครามไปยังประเทศอื่นแล้วเกือบ 8 ล้านคน 

รัสเซีย ประกาศกร้าวพร้อมขยายแนวสู้รบทำสงครามในยูเครน

ยอดมวยจังโก้ฉุน "เมสซี่" เอาเท้าเขี่ยเสื้อทีมชาติเม็กซิโก

นาย อีเกแลนด์ ระบุว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชุมชนที่เป็นแนวหน้าของการปะทะได้รับความช่วยเหลือน้อยมาก หรือ ไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย และ จากการลงพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกของยูเครนพบว่าเมืองทุกแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้ และชาวบ้านต้องทนอยู่ในสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่หลายคนตัดสินใจอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองต่อไปเพราะไม่อยากทิ้งบ้านเกิด แม้จะไม่มีไฟฟ้าหรือก๊าซใช้เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายจากการโจมตีโดยกองทัพรัสเซีย 

โดยหน่วยงานบรรเทาทุกข์หลายแห่ง ทั้งสภาผู้ลี้ภัยแห่งนอร์เวย์ สภากาชาด และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติพยายามให้ความช่วยเหลือชาวยูเครน แต่ประชาชนเหล่านี้หลายล้านคนยังได้รับความช่วยเหลือน้อยเกินไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะองค์กรด้านมนุษยธรรมยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่รัสเซียควบคุมได้  

ขณะที่ เออร์-มาส เรน-ซา-ลู (Urmas Reinsalu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเอสโตเนียเรียกร้องชาติยุโรปเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีก 2 เท่า เพื่อรับมือกับสงครามในยูเครน โดย เรน-ซา-ลู เปิดเผยว่า รัฐบาลเอสโตเนียได้เตรียมขยายวงเงินงบประมาณที่จัดสรรสำหรับกิจการกลาโหมเป็น 3 เปอร์เซนต์ ของผลิตภันฑ์มวลประชาชาติหรือ GDP ดังนั้นจึงอยากเห็นประเทศอื่นๆในยุโรปดำเนินนโยบายเดียวกันนี้ ทั้งในระหว่างที่สงครามยูเครนยังคงดำเนินต่อไป หรือแม้กระทั่งสงครามสิ้นสุดไปแล้ว 

ความเห็นของ เรนซาลู สอดคล้องกับ นาย เยน สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต  ที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หลายประเทศสมาชิกนาโต อาจตัดสินใจที่จะเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้มากกว่าระดับ 2 เปอร์เซนต์ ของ จีดีพี 

ขณะที่ในวันนี้ (29 พ.ย.) สหรัฐฯ และรัสเซีย ได้กำหนดให้เป็นวันเจรจาข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ หรือ New Start  โดยตัวแทนของทั้ง 2 ประเทศจะร่วมประชุมกันที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ หลังการพูดคุยถูกระงับไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ตามฝ่ายรัสเซีย ได้ขอเลื่อนการเจรจาดังกล่าวออกไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เปิดเผยว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แต่โฆษกของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมที่จะจัดกำหนดการใหม่ให้การประชุมเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะประเด็นการกลับมาตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นคงตามเป้าหมายของสนธิสัญญาฉบับนี้  

สำหรับสนธิสัญญา  New Start  เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี  2011 และมีเนื้อหาควบคุมจำนวนหัวอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ และรัสเซียสามารถยิงออกมาได้ รวมทั้งควบคุมการยิงขีปนาวุธจากทั้งเรือดำน้ำและทางบก และเครื่องบินทิ้งจรวดที่นำส่งอาวุธดังกล่าวด้วย

ก่อนหน้านี้ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกมาให้ความเห็นว่า ไม่ควรมีการคาดหวังสูงมากนักว่า การหารือของทั้งสองฝ่ายจะประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงต่างๆ

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ