สหรัฐจ่อส่งอาวุธต้องห้าม “คลัสเตอร์บอมบ์” ให้ยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกร้องสหรัฐฯ ไม่ให้ส่งอาวุธต้องห้าม “คลัสเตอร์บอมบ์” ให้ยูเครน หลังมีข่าวจะอยู่ในแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารชุดใหม่

มีรายงานว่า ในวันนี้ (7 ก.ค.) สหรัฐฯ จะประกาศแผนส่งความช่วยเหลือทางทหทารรอบใหม่ให้แก่ยูเครน โดยคาดว่าจะรวมถึงการมอบ “คลัสเตอร์บอมบ์” (Cluster Bomb) หรือ “ระเบิดลูกปราย” ด้วย แม้เป็นอาวุธต้องห้ามสำหรับหลายประเทศ เนื่องจากเป็นอันตรายต่อชีวิตของพลเรือน

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ประเมินว่า คลัสเตอร์บอมบ์จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยยูเครนต่อสู้กับรัสเซีย หลังจากได้รับการร้องขอจากรัฐบาลยูเครน

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศในระยะนี้ยังคงมี “ฝนฟ้าคะนอง” กทม.-ปริมณฑล เจอร้อยละ 40 ของพื้นที่
ชี้ทางเลื่อนเก่ามาก! น็อตยึดหลุดเกือบหมดตอนเกิดเหตุ
ทวิตเตอร์ขู่ฟ้องเมตา ปมเปิดตัว “Threads” ฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

 

 

 

แต่ ลอรา คูเปอร์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าอุปสรรคต่อการ ส่งมอบขณะนี้คือกฎระเบียบของรัฐสภาและความกังวลเกี่ยวกับเอกภาพของชาติพันธมิตร

คอนเทนต์แนะนำ
ผู้นำเบลารุสเผย หัวหน้ากลุ่มแวกเนอร์เดินทางกลับรัสเซียแล้ว?
รัสเซียปัดข่าวผู้นำจีนเตือนอย่าใช้นิวเคลียร์ถล่มยูเครน

สำหรับ คลัสเตอร์บอมบ์ ถือเป็นอาวุธต้องห้ามภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปรายที่กว่า 120 ประเทศลงนามปฏิบัติตามเงื่อนไขตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งมีหลายประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาเหนือหรือนาโตรวมอยู่ด้วย แต่สหรัฐฯ ยูเครน และรัสเซีย ไม่ได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเป็นต้นมา สหรัฐฯ มีคลัสเตอร์บอมบ์ เก็บรักษาไว้เป็นจำนวนมาก

ที่เป็นอาวุธต้องห้าม ก็เพราะคลัสเตอร์บอมบ์หรือระเบิดลูกปราย เป็นอาวุธที่เมื่อยิงออกไปแล้วจะมีระเบิดลูกเล็ก ๆ เป็นจำนวนมากกระจายออกมาทำลายเป้าหมายจำนวนในพื้นที่วงกว้าง เสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบต่อพลเรือน แต่หากไม่ระเบิดจะอยู่ได้อีกนานหลายสิบปี ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ที่อาจเก็บขึ้นมาโดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุอันตราย

ขณะที่สำนักงานความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปประจำรัฐสภาสหรัฐฯ เรียกร้องทำเนียบขาวกำจัดอุปสรรคต่าง ๆ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่ายูเครนจะใช้ คลัสเตอร์บอมบ์ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับรัสเซียที่มีแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือกว่า

ส่วนองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ ได้คัดค้านการใช้อาวุธชนิดนี้ในการสู้รบ โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “อาวุธประเภทระเบิดลูกปรายที่รัสเซียและยูเครนใช้นั้นจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตพลเรือน ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรหยุดใช้อาวุธดังกล่าวทันที และไม่พยายามจัดหาอาวุธดังกล่าวอีก” และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ไม่ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่าวให้ยูเครน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า ในสงครามรัสเซียยูเครน เมื่อปีที่แล้ว ฝ่ายยูเครนเคยยิงจรวดกระสุนลูกปรายไปยังพื้นที่ของตนที่ถูกควบคุมโดยรัสเซีย บริเวณเมืองอิซูม (Izium) ทางตะวันออกของยูเครน จากการสัมภาษณ์ผู้อยู่อาศัย พยาน และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในพื้นที่มากกว่า 100 คน พบว่า มีพลเรือนชาวยูเครนเสียชีวิตอย่างน้อย 8 คนและบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน

ขณะเดียวกัน การใช้คลัสเตอร์บอมบ์ของรัสเซียในยูเครนเองก็ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้บันทึกการใช้ระเบิดดังกล่าวโดยทั้งสองฝ่าย

แมรี แวร์แฮม รักษาการผู้อำนวยการด้านอาวุธของฮิวแมนไรต์วอตช์ กล่าวว่า “อาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัสเซียและยูเครนใช้ กำลังสังหารพลเรือนในขณะนี้และจะทำเช่นนั้นต่อไปอีกหลายปี ทั้งสองฝ่ายควรหยุดใช้มันทันที และอย่าพยายามรับมอบอาวุธที่ไม่เลือกปฏิบัติเหล่านี้อีก”

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

คอนเทนต์แนะนำ
เปลี่ยนสิทธิ ‘ประกันสังคม’ มาเป็น ‘บัตรทอง’ ทำได้ไหม? มีเงื่อนไขอย่างไร?
แจงแล้ว! ดราม่าครูสั่งการบ้านเด็ก ตอน 3 ทุ่ม ผู้ปกครองเข้าใจ
บริษัทผู้พัฒนา “เรือดำน้ำไททัน” ประกาศระงับบริการทัวร์

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ