สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา เครื่องบินโบอิ้ง 737 ซึ่งกำลังบินจากเมืองกังกุน ประเทศเม็กซิโก ไปยังเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ได้ประสบกับ “หลุมอากาศรุนแรง” ระหว่างทาง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักบินตัดสินใจนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนนเสซี โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ด้านองค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) กำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
FAA รายงานว่า เครื่องบินลำดังกล่าวรายงานพบหลุมอากาศครั้งแรกขณะบินอยู่เหนือรัฐลุยเซียนา
ด้านสายการบินระบุว่า “เที่ยวบิน 1196 ของยูไนเต็ดต้องเบี่ยงทางไปเมมฟิสในช่วงบ่ายของวันนี้ หลังจากประสบเหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศอย่างรุนแรงเป็นช่วงสั้น ๆ ขณะที่สัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยยังเปิดอยู่”
ทั้งนี้ หลังลงจอดฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่พยาบาลที่มาสแตนด์บายรออยู่ได้นำผู้โดยสาร 1 คนส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้โดยสารอีก 6 คนปฏิเสธการรักษา โดยกรมดับเพลิงเมมฟิสระบุว่า ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้โดยสารแต่ละรายได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
ตามรายงานของยูไนเต็ด ขณะเกิดเหตุ มีผู้โดยสารอยู่บนเครื่อง 179 คน และมีลูกเรืออีก 7 คน
หลังจากจอดฉุกเฉินที่เมมฟิส เที่ยวบินดังกล่าวได้เดินทางต่อไปยังสนามบินนานาชาติโอแฮร์ โดยถึงช้ากว่ากำหนดการเดิม 2 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ FAA และจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยเรดดิง พบว่า เหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศรุนแรงเพิ่มขึ้น 55% ในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เรียบเรียงจาก CNN
นักวิทย์ถ่ายภาพความละเอียดสูงพื้นผิว “ดาวเหนือ” ได้เป็นครั้งแรก