การค้นพบใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร PLOS Pathogens เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์จากจีนและมหาวิทยาลัยซิดนีย์ได้ร่วมกันศึกษาตัวอย่างไตของค้างคาว 142 ตัว ที่เก็บมาจากมณฑลยูนนานของประเทศจีน ในช่วงระยะเวลา 4 ปี
โดยนักวิจัยพบไวรัสชนิดใหม่ทั้งหมด 22 ชนิด ในจำนวนนี้ 20 ชนิดไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน ขณะที่ 2 ชนิด มีความใกล้เคียงมาก ๆ กับไวรัสนิปาห์ (Nipah) และไวรัสเฮนดรา (Hendra) ซึ่งสามารถก่อให้เกิดภาวะสมองอักเสบและโรคระบบทางเดินหายใจในมนุษย์ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75%
งานวิจัยนี้ตอกย้ำว่า ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมายเกี่ยวกับจุลชีพที่อยู่ในค้างคาว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่เป็นแหล่งรวมเชื้อโรคที่อันตรายที่สุดในโลกหลายชนิด
ทีมนักวิจัยยังรายงานการค้นพบแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ 2 ชนิด และปรสิตชนิดใหม่อีก 1 ชนิด
ที่ผ่านมา การศึกษาส่วนใหญ่เกี่ยวกับไวรัสในค้างคาวมักจะเน้นไปที่มูลของค้างคาว แต่งานวิจัยนี้กลับศึกษาจากเนื้อเยื่อไต ซึ่งมีบทบาทในการขับไวรัสออกทางปัสสาวะ ซึ่งถือว่าช่องทางการแพร่เชื้อที่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจแต่มีความสำคัญ
ไวรัสเฮนดราและไวรัสนิปาห์สองชนิดใหม่นี้พบในค้างคาวผลไม้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งปัสสาวะจากค้างคาวอาจปนเปื้อนผลไม้ที่มนุษย์หรือปศุสัตว์
งานวิจัยระบุว่า การค้นพบนี้ตอกย้ำถึงภัยคุกคามจากโรคระบาดที่มาจากสัตว์สู่คน และเสริมว่าความสามารถของไวรัสดังกล่าวในการแพร่สู่มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงในฟาร์มนั้นจำเป็นต้องได้รับความสนใจอย่างเร่งด่วน
นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนมานานแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของภาคเกษตรกรรม และการขยายตัวของเมือง กำลังทำให้สัตว์และมนุษย์ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดไวรัสใหม่ที่อาจทำให้เกิดโรคระบาด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับโรคซาร์ส อีโบลา และโควิด-19
ดร.ทิม มาโฮนี ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สัตว์แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้ กล่าวว่า “งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า เรายังรู้น้อยมากเกี่ยวกับไวรัสที่อยู่ในค้างคาว และไวรัสที่มีอยู่ในโลกของเราโดยทั่วไป”
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า การค้นพบนี้มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าไวรัสเหล่านี้เป็นอันตรายต่อมนุษย์แค่ไหน