ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การจับกุม “เฉิน จื้อ” ผู้ก่อตั้งปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group) ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ และส่งตัวเขากลับไปจีนนั้น “ไม่ใช่จุดจบ” ของการต่อสู้เพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน
การจับกุม เฉิน จื้อ อย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นก้าวสำคัญในปฏิบัติการระหว่างประเทศซึ่งมุ่งเป้าไปที่เครือข่ายสแกมเมอร์ที่ซับซ้อนที่ดำเนินการโดยแก๊งอาชญากร หลอกลวงเหยื่อทั่วโลกเป็นเงินหลายพันล้านดอลลาร์
การส่งตัว เฉิน จื้อ ซึ่งถูกคว่ำบาตรโดยหลายประเทศและฟ้องร้องโดยสหรัฐฯ ในข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และการฟอกเงิน เกิดขึ้นหลังจากการสอบสวนร่วมกันระหว่างจีนและกัมพูชา ซึ่งรายละเอียดไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ปรัก สุคน กล่าวว่า “มันเป็นการต่อสู้ที่ต่อเนื่อง และเราได้กำหนดมาตรการและขั้นตอนเพื่อกำจัดอาชญากรรมนี้”
เขากล่าวกับรอยเตอร์ว่า กัมพูชามุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น องค์กรหลอกลวงทางออนไลน์
“ข้อเท็จจริงที่ว่า เฉิน จื้อ ถูกจับกุมและส่งตัวไปจีนนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาในการต่อสู้กับอาชญากรรม และนี่ไม่ใช่จุดจบของการต่อสู้” ปรัก สุคน กล่าว
เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวน เฉิน จื้อ แต่กล่าวว่าความร่วมมืออย่างเต็มที่กับจีนได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว
ปรัก สุคน กล่าวว่า กัมพูชามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในด้านอาชญากรรมข้ามชาติกับประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ และประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและไทย
“นี่เป็นผลจากการสืบสวนสอบสวนมาอย่างยาวนาน” ปรัก สุคน กล่าว โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่การส่งตัวเฉินไปจีน
เขาเสริมว่า “เฉิน จื้อ มีสัญชาติกัมพูชา แต่เมื่อเราทำการสืบสวนและพบว่าสัญชาติของเขาไม่ได้มาอย่างถูกกฎหมาย และเขายังเป็นพลเมืองจีนด้วย ... เราจึงตัดสินใจส่งตัวเขาไปจีน”
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า เฉิน จื้อ จะถูกตั้งข้อหาอะไรในจีน ซึ่งได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นในปี 2020 เพื่อสอบสวนปรินซ์กรุ๊ป ตามเอกสารของศาลจีนที่ลงวันที่ปี 2022
สัปดาห์ที่แล้ว สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของเฉินที่เดินทางมาถึงจีนโดยถูกใส่กุญแจมือและคลุมหน้า โดยระบุว่า เฉิน จื้อ เป็นที่ต้องการตัวในข้อหาฉ้อโกงและดำเนินกิจการกาสิโนผิดกฎหมาย และอธิบายว่าเขาเป็น “ผู้นำของแก๊งอาชญากรรมการพนันและการฉ้อโกงข้ามชาติขนาดใหญ่”
การฉ้อโกงเหล่านี้ดำเนินการจากสถานที่ขนาดใหญ่ในประเทศต่าง ๆ เช่น กัมพูชา เมียนมา และลาว เกี่ยวข้องกับคนงานหลายหมื่นคน
ในจำนวนนั้นมีเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกล่อลวงด้วยคำสัญญาว่าจะได้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีและการบริการ ถูกบังคับให้โกงคนแปลกหน้าทางออนไลน์หรือเผชิญกับการลงโทษอย่างโหดร้าย
เรียบเรียงจาก Reuters