ผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ในอินโดนีเซียขยายวงกว้างขึ้น หลังเถ้าภูเขาไฟลอยปกคลุมกรุงจาการ์ตาและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้สนามบิน 8 แห่งยังคงปิดให้บริการในช่วงเช้าวันที่ 7 กันยายน ขณะที่เที่ยวบินมากกว่า 1,500 เที่ยวต้องล่าช้า และมีผู้โดยสารได้รับผลกระทบราว 170,000 คน
ภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ซึ่งตั้งอยู่กลางช่องแคบซุนดาระหว่างเกาะชวากับเกาะสุมาตรา เริ่มปะทุตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 4 กันยายน
ก่อนเถ้าถ่านจะกระจายเข้าสู่หลายพื้นที่ รวมถึงน่านฟ้าโดยรอบท่าอากาศยานนานาชาติโซการ์โน-ฮัตตา สนามบินหลักของกรุงจาการ์ตา ทางการจึงจำเป็นต้องระงับเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย
กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียระบุว่า จนถึงวันอาทิตย์มีเที่ยวบินที่ล่าช้าที่สนามบิน 8 แห่งรวม 1,558 เที่ยว และมีผู้โดยสารติดค้างหรือได้รับผลกระทบราว 170,000 คน ในจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด มากกว่า 900 เที่ยวเป็นเที่ยวบินเข้าและออกจากสนามบินโซการ์โน-ฮัตตา
ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเร่งหาเที่ยวบินใหม่หรือเลื่อนกำหนดการเดินทางออกไป
เฮนนี เยนซัน นักธุรกิจหญิงวัย 44 ปี ซึ่งวางแผนเดินทางกลับบ้านพร้อมมารดา กล่าวว่า ทุกคนต่างผิดหวัง แต่ไม่มีใครแสดงอาการโกรธ เพราะเข้าใจว่าสาเหตุเกิดจากภัยธรรมชาติ เธอต้องเลื่อนเที่ยวบินของตัวเองออกไปเป็นวันอังคาร
หน่วยงานท่าอากาศยานระบุว่า การระงับเที่ยวบินที่สนามบินหลักของจาการ์ตาถูกขยายเวลาออกไปจนถึง 18.00 น. ของวันนี้ ส่วนสนามบินอีก 7 แห่ง รวมถึงสนามบินในจังหวัดใกล้เคียงอย่างลัมปุงและชวาตะวันตก ถูกกำหนดให้ปิดอย่างน้อยจนถึงเวลา 08.59 น. ก่อนจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
ดูดี ปูร์วากันดี รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เนื่องจากทิศทางและการกระจายตัวของเถ้าภูเขาไฟขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะการเดินทางทางอากาศ รัฐบาลกรุงจาการ์ตาระบุว่า โรงเรียนทั่วเมืองได้เปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ในวันจันทร์ เนื่องจากปัญหาเถ้าภูเขาไฟ โดยยังไม่ได้ระบุว่าจะต้องใช้มาตรการดังกล่าวไปอีกนานเพียงใด
ขณะเดียวกัน เถ้าถ่านยังเดินทางไปถึงเมืองบันดาร์ลัมปุง ทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา จนปกคลุมรถยนต์ที่จอดอยู่และพื้นที่ริมถนน
หน่วยงานด้านธรณีวิทยาของอินโดนีเซียระบุว่า การปะทุเมื่อวันเสาร์ทำให้เกิดลาวาพุ่งขึ้นจากปากปล่อง พร้อมเสียงระเบิดดังที่สามารถได้ยินไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร จากนั้นยังเกิดการปะทุเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานเฝ้าระวังภูเขาไฟระบุว่า การปะทุครั้งล่าสุดที่บันทึกได้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.23 น. วันอาทิตย์
หน่วยงานเตือนว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทุเพิ่มเติมในช่วงต่อจากนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่กิจกรรมการเดินเรือผ่านช่องแคบซุนดาก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เช่นกัน ทางการขอให้เรือที่เดินทางผ่านพื้นที่เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากกิจกรรมของภูเขาไฟอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ เจ้าหน้าที่ท่าเรือยังประกาศห้ามเรือเข้าใกล้อานัก กรากาตัวในรัศมี 3 กิโลเมตรจากตัวภูเขาไฟ
หัวหน้าหน่วยงานธรณีวิทยา ลานา ซาเรีย เตือนประชาชนและเรือไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากหิน เถ้า และวัสดุอื่นที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ภายในเขตห้ามเข้า
แม้อานัก กรากาตัวเคยมีประวัติก่อสึนามิร้ายแรง แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า การปะทุชุดล่าสุดไม่มีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดสึนามิ
อานัก กรากาตัว หรือที่มีความหมายว่า "ลูกแห่งกรากาตัว" เกิดขึ้นจากทะเลในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 บริเวณแอ่งภูเขาไฟที่หลงเหลือจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟกรากาตัวเมื่อปี 1883 ภัยพิบัติในครั้งนั้นถือเป็นหนึ่งในการปะทุของภูเขาไฟที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 35,000 คน
ต่อมาในปี 2018 ส่วนหนึ่งของอานัก กรากาตัวพังถล่มลงทะเล ก่อให้เกิดสึนามิที่คร่าชีวิตผู้คน 429 ราย และทำให้ประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
อินโดนีเซียตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกหลายแผ่นมาบรรจบกัน ทำให้ประเทศเผชิญทั้งแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟอยู่เป็นประจำ
สถานการณ์อานัก กรากาตัวครั้งนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางของเถ้าภูเขาไฟ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญว่าจะสามารถเปิดสนามบินทั้ง 8 แห่งและกลับมาให้บริการเที่ยวบินตามปกติได้เมื่อใด
ที่มา: The Guardian