เมื่อวันที่ (15 พ.ค. 62) เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ทนายตัวแสบ Badass Attorney ออกมาโพสต์เกี่ยวกับกรณีช่วยเด็กติดรถ แม่เอาผิดคนช่วยทำรถเป็นรอยว่า เรื่องนี้จากข่าวว่ากันด้วยข้อกฎหมายเรื่องละเมิดถ้าจะเรียกค่าเสียหาย ว่ากันด้วยข้อกฎหมายการทำทรัพย์สินคนอื่นเสียหายต้องชดใช้ เรื่องนี้เขาไปช่วยเด็กที่ติดในรถแถมตอนนั้นแม่เด็กอยู่ด้วย
สมมุติกันได้หลายมุม
1. แม่เด็กกำลังติดต่อศูนย์จริงๆ ศูนย์กำลังดำเนินการแล้ว แม่เด็กก็แจ้งแล้วบอกแล้ว แต่คนไปช่วยไม่ฟังงัดเอาๆ จนรถเสียหาย แบบนี้ถือว่าแม่เด็กก็ไม่ยินยอม แถมกำลังแก้ปัญหาอย่างดีแล้ว คนไปงัดดื้อๆนี้แหละอาจต้องชดใช้ แม้จะหวังดีก็ตามแต่แม่เด็กก็เตือนแล้วบอกแล้วมันจะกลายเป็นทำเกินกว่าเหตุไป
2.แม่เด็กบอกให้ช่วยหน่อย รู้เห็นและยินยอมหมดในการงัดรถ เท่ากับว่าแม่เด็กไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะยินยอมในการกระทำแล้วคนงัดไม่ต้องจ่ายจ้าาาา
3.อันนี้ว่ากันด้วยแง่กฎหมาย ถ้าสมมุติคุณแม่ฟ้องทางแพ่งและจะเอาเงินจริงๆนะ ข้อต่อสู้ของพี่ที่ช่วยก็พอมี เอากฎหมายมาให้ดูครับ มาตรา 450 วรรคสาม
“ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุ บุคคลเช่นว่านี้หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้”
สั้นๆเลยถ้าคนไปช่วยพิสูจน์ว่าทำไปเพื่อช่วยน้องเพราะกลัวน้องอาจขาดอากาศหายใจเพราะติดในรถนานแล้วจะอันตราย ก็เป็นข้อยกเว้นที่ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้จ้า แต่ถ้าไม่มองในแง่กฎหมาย เอาเรื่องมนุษย์ธรรมอยากบอกคุณแม่ว่าใจเย็นๆ เขาไปช่วยลูกแม่ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว ตั้งสติแล้วคิดดีๆ รถซ่อมได้ ลูกตายซ่อมไม่ได้