นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพอร์ทสมัธได้ผลิตวอดก้าชนิดพิเศษผลิตจากวัตถุดิบ ที่มาจาก พื้นที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ซึ่งเคยเกิดเหตุกัมมันตรังสีรั่วไหล โดยผลิตจากน้ำและวัตถุดิบที่ได้จากพื้นที่ดังกล่าว และนี่ถือเป็นผลิตภันฑ์ชนิดแรกที่ผลิตจากพื้นที่ที่เกิดเหตุกัมมันตรังสีรั่วไหลที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาตร์
ในปี 1986ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ทำให้ต้องสั่งอพยพคนเป็นจำนวนมาก โดยเหตุระเบิดฆ่าคนทันที 31 คน มีผู้ที่ได้รับกัมมันตรังสีนับล้านคน และมีการประมาณว่ามีผู้ที่เสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพในระยะยาวถึง 200,000 คน
เป็นเวลามากกว่าสองทศวรรษ มาแล้วซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ 19 ไมล์ รอบที่เกิดเหตุเอาไว้ โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพอร์ทสมัธ และนักวิทยาศาตร์ยูเครน ได้เริ่มโครงการกลั่นวอดก้ามากแล้วประมาณ 3 ปี จากพืชที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และพวกเขายืนยันว่าขณะนี้พื้นที่ดักล่าวปลอดภัยเพียงพอที่จะเพาะปลูก
"30 ปีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขาพบว่าพืชผลในบริเวณดังกล่าวยังมีค่ากัมมันตรังสีเกินกว่าขีดจำกัดการบริโภคเล็กน้อย ตามมาตรฐานของยูเครนซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของที่อื่น จึงคิดว่าถ้าในทางทคนิคยังกินพืชไม่ได้ แล้วทำไมไม่ลองทำวอดก้าดู” นักวิทยาศาสตร์ระบุ
ทั้งนี้ขั้นตอนการผลิตกลั่นวอดก้าโดยน้ำที่มาจากน้ำแข็งในเมืองเชอร์โนบิล และการกลั่นนี้เองทำให้กัมมันตรังสีเจือจางจนถึงระดับที่ไม่สามารถตรวจจับได้
โดยพวกเขาให้ชื่อวอดก้านี้ว่า "Atomik" ที่แปลว่านิวเคลียร์นั่นเอง