วันนี้ที่กรมทรัพยากรธรณี นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วย ดร.กันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไฮยีน่าในประเทศไทย
นายสมหมาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรธรณี ได้รับแจ้งการค้นพบโครงกระดูกหินขนาดใหญ่ในตะกอนดินโบราณ จากองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวลึกเหนือ จังหวัดกระบี่ จึงเข้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี ความเป็นไปได้ว่าจะเป็น ซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม จึงได้เชิญ ดร.กันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมตรวจสอบ
ผลการตรวจสอบพบซากดึกดำบรรพ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย ไฮยีนาลายจุด แรดชวา กวางป่า และเม่นใหญ่แผงคอยาว จากการคาดคะเนอายุเบื้องต้น น่าจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ช่วงปลายของสมัยไพลสโตซีนตอนล่างไปจนถึงช่วงต้นของสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย (Middle to Late Pleistocene) หรือประมาณ 200,000 – 80,000 ปีที่ผ่านมา
ด้าน ดร.กันตภณ สุระประสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่านี่เป็นการค้นพบครั้งสำคัญ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญของการกระจายตัวของไฮยีนาลายจุดทางตอนใต้สุดเท่าที่เคยพบมาในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับประเทศไทย พบไฮยีนาลายจุดกระจายตัวอยู่ 6 พื้นที่ ประกอบด้วย
1. ผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
2. บ่อทรายบ้านโคกสูง จังหวัดนครราชสีมา
3. ถ้ำวิมานคินทร์ จังหวัดชัยภูมิ
4. ถ้ำเพดาน จังหวัดนครศรีธรรมราช
5. ถ้ำประกายเพชร จังหวัดชัยภูมิ
6. ถ้ำยายรวก จังหวัดกระบี่
ปัจจุบันพบไฮยีน่าในทวีปแอฟฟริกาเท่านั้น เนื่องจากเป็นสัตว์ที่อาศัยในพื้นที่ทุ่งหญ้าสะวันนา การค้นพบครั้งนี้จึงทำให้ทราบว่าในสมัยไพลสโตซีน พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเป็นทุ่งหญ้าสะวันนา