ระดมเสียงพรรคการเมือง ร้องรัฐบาลเพิ่มงบการศึกษาให้เท่าเทียม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ส.ส.หลายพรรคประสานเสียงเรียกร้องรัฐบาล แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษา จี้รบ.หนุนงบเพิ่มกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีวาระรับทราบรายงานประจำปี 2561 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายประเด็นที่กสศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับภารกิจงานที่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ 

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้กองทุน กสศ.ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับภารกิจ และวัตถุประสงค์ของกสศ. ทำอย่างไรให้กสศ.แก้ปัญหาให้ได้ตรงเป้าให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาที่ดี แต่ตอนนี้จัดสรรนักเรียนยากจนพิเศษ 5 แสนราย เงินอุดหนุน 1,600 บาทต่อปี หรือวันละ 4.50 บาท เงินจำนวนเท่านี้จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ไหม  หรือช่วยเหลือเด็กนักเรียน 5 แสนคน เท่านี้เงินก็หมดกองทุน แล้วจะลดความเหลื่อมล้ำอย่างไร

“ผมเป็นอนุกรรมาธิการกองทุนและองค์กรมหาชน พบว่ามีหลายกองทุนที่มีเงินมากมายมหาศาล  บางกองทุนมีเงินเป็นหมื่นล้าน พันล้าน เอาเงินไปใช้สะเปะสะปะ ในขณะที่กองทุน กสศ.สามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสจริง แต่กลับได้รับงบประมาณน้อยมาก นี่คือความเหลื่อมล้ำตั้งแต่การบริหารกองทุน ควรนำเงินเหล่านั้นมาแบ่งให้กองทุนนี้” นายอัครเดช กล่าว 

น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อ่านรายงานประจำปีแล้วมีความหวังกับประเทศนี้ว่าเป็นกองทุนลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง แต่พออ่านจบความหวังริบหรี่ เพราะกสศ.ได้รับงบประมาณน้อย กสศ. เป็นกองทุนที่ดีมาก เสียดายได้รับจัดสรรงบไม่เพียงพอ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ยินเสียงนี้ อยากให้ช่วยจัดสรรงบเพียงพอตามที่กองทุนนี้ต้องการ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่กองทุนบรรลุเป้าหมาย ประเทศนี้บรรลุยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี แต่การลดความเหลื่อมล้ำยังช่วยเติมความฝันเด็กนักเรียนในประเทศไทย เติมความฝันพ่อแม่ ท่านนายกฯที่เป็นคุณพ่อน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ 

น.ส.วรรณวรี กล่าวว่า ทั้งนี้ ขอให้กองทุนจัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยมากกว่านี้จากเดิมงบประมาณ 115 ล้านบาท และควรเพิ่มพื้นที่กทม.ให้เป็นจังหวัดที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ พ่อแม่ส่วนใหญ่ในกทม. มีอาชีพใช้แรงงาน พนักงานบริษัทระดับล่าง ต้องฝากลูก ไว้กับปู่ย่าตายายต่างจังหวัด ถ้ากทม.มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องมีความกังวล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะสิ่งที่พ่อแม่ต้องการง่ายมาก คืออยู่กับลูก เห็นพัฒนาการทุกวัน

นายกนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า อยากให้มีการคิดวิธีการสอนนักเรียนยากจนพิเศษ ว่าจะสอนอย่างไรให้เขารู้เรื่องเพราะเขาไม่พร้อม ตอนเช้าไม่มีอาหารเช้า ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ตรงนี้เราต้องการคำตอบ นอกจากนี้ ยังอยากได้เครื่องมือการสอนเด็กที่ไม่มีความพร้อมทางวิชาการ เชื่อว่า กสศ.ได้ประสบการณ์และบทเรียนในการแก้ปัญหาต่างๆ มาแล้ว และสามารถถอดบทเรียนจากหน่วยงานที่แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ รวมถึงโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนขนาดเล็ก จะมีมาตรการวิธีการอย่างไรที่จะเข้าไปฉีดวัคซีน และไม่ยอมให้มีการยุบโรงเรียนขนาดเล็กแต่ควรมีการสื่อสารกับกระทรวงศึกษาธิการให้ชัดเจน  

กนก วงศ์ตระหง่าน

ด้าน นพ.สุภภร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ที่ชี้ว่าจุดอ่อนมากที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศ คือ  ความเหลื่อมล้ำและความไม่เสมอภาค โดยมีข้อเสนอรัฐบาล 2 เรื่อง คือ การจัดตั้ง กสศ.เพื่อเป็นกลไกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  และถ้าจะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมเท่าไหร่ ซึ่งไม่ใช่เพิ่มเติมที่ใดก็ได้ ต้องชี้เป้าให้ถูก ทางคณะกรรมการอิสระได้เสนอว่าควรจะใช้งบประมาณ 5 % ของงบประมาณด้านการศึกษาปัจจุบันจนเป็นที่มางบที่ตั้งไว้ 25,000 ล้านบาทต่อปี 

สุภกร บัวสาย

“อย่างไรก็ตามจำนวนงบประมาณเป็นคำตอบแค่ครึ่งเดียว ไม่สำคัญเท่ากับเงินจำนวนนี้ไปเติมที่จุดไหน ไม่จำเป็นต้องเข้าที่กสศ.ทั้งหมด เข้ามาเป็นส่วนน้อยก็ได้ โดยมีข้อแม้ 2 ข้อ คือเน้นเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยเฉพาะไม่ใช่จับจ่ายเหมือนงบปกติหลายแสนล้าน และต้องเติมงบประมาณให้ผูกกับผู้เรียน เป็นดีมานด์ไซด์ไฟแนนซิ่งโดยมีเงื่อนไขต้องเปลี่ยนผู้เรียนให้ได้ ไม่ได้เติมไปในระบบราชการปกติที่เป็นฝั่งซัพพลายไซด์”นพ.สุภกร กล่าว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

Arena 36

Arena 36

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ