ข่าวการปรับขึ้นภาษีผ้าอนามัย 40% พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าเป็นข่าวปลอม และรัฐบาลไม่มีแนวคิดเรื่องดังกล่าว พร้อมแสดงความเสียใจ ที่นักการเมืองอุปโลกน์ และปล่อยข่าวปลอมขออกมาสู่สังคม ยืนยันว่าการสร้างข่าวเท็จขึ้นมา จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งใครเสนอข่าวเฟคนิวส์ออกมา ถ้ามันมีผลกระทบมากๆ มันต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะกฎหมายมีอยู่ ถ้าไม่ทำก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ วันๆหนึ่งมีเฟคนิวส์ประมาณ 20-30 ข้อมูลออกมา
นักการตลาด ไม่เห็นด้วย การควบคุมราคา“ผ้าอนามัย”
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด นายธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ให้ความเห็นประเด็นที่ก่อนหน้านี้มีการสนับสนุนให้ภาครัฐออกมาตรการกำกับดูแล ผ้าอนามัย โดยการกำหนดราคากลาง การลดราคา หรือ การยกเลิกเก็บภาษี ว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ควบคุมราคาผ้าอนามัย
เช่นเดียวกับราคาน้ำดื่ม 7 บาท เพราะจะกระทบกับกลไกการตลาดของสินค้าผ้าอนามัย เรื่องการพัฒนาคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ เช่น รูปแบบ ขนาด กลิ่นหอม การซึมซับ และลูกเล่นเสริมอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ และชิงพื้นที่ทางการตลาด
นอกจากนั้นยังมองว่าผ้าอนามัยบางชนิดมีราคาถูก อยู่ในราคาที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ จึงไม่จำเป็นต้องควบคุมราคามาตรฐาน เหมือนราคาน้ำดื่ม
ส่วนพื้นที่ห่างไกล ที่เข้าถึงการใช้ผ้าอนามัยได้ยาก หรือไม่มีกำลังซื้อจริงๆ หากรัฐบาลจะไปแจกฟรีในพื้นที่นั้น หรือมีการปรับโครงสร้างภาษีให้ราคาเริ่มต้นถูกลง จุดนี้เห็นด้วย
Change เปิดแคมเปญรณรงค์ให้ “ผ้าอนามัย” ต้องเข้าถึงผู้หญิงทุกคน