ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายบุญเลี้ยง มงคลกูล และนางสมมารถ คามวาสี ชาว อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกแจ้งความกล่าวหาว่าไปลักขโมยควายสุดท้ายศาลสั่งยกฟ้องเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะไม่มีหลักฐาน
จากพูดคุยกับทั้ง 2 คน นายบุญเลี้ยง ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองกับภรรยามีอาชีพซื้อขายวัว-ควาย มานานกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2562 ตนกับภรรยา ขับรถกระบะไปบรรทุกควายที่ซื้อไว้ที่ ต.สวายจีก อ.เมืองบุรีรัมย์ กลับมาถึงคอกควาย
จากนั้นก็มีตำรวจชุดสืบสวน สภ.ชำนิ เข้ามาแสดงหมายจับตนกับภรรยา ระบุว่าเป็นผู้ต้องหาขโมยควายของชาวบ้านจำนวน 3 ตัว ตนกับภรรยาก็ไปโดยไม่ขัดขืนอะไรเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง เมื่อไปถึงโรงพักก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน และขอไปให้การในชั้นศาล
แต่วันรุ่งขึ้นตำรวจนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง พร้อมค้านประกันตัวโดยระบุว่า “เป็นบุคคลอันตราย” แล้วก็ถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำนางรอง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จนกระทั่งวันที่ 26 ธ.ค.2562 ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าทั้งสองสามีภรรยาไม่มีความผิด เพราะไม่มีหลักฐานว่าเป็นคนขโมยจึงมีคำสั่งยกฟ้อง แล้วปล่อยตัวกลับบ้าน และต่อมาเมื่อเดือนเม.ย.2563 ก็ได้รับเอกสารจากศาลจังหวัดนางรอง ยืนยันว่าตนกับภรรยาเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมเพราะถูกตราหน้าเป็นหัวขโมยญาติพี่น้องชาวบ้านรังเกียจและต้องกลายเป็นคนตกงาน
ด้านนางสมมารถ ภรรยานายบุญเลี้ยง บอกว่า ตั้งแต่วันถูกจับขัง แม่อายุ 80 กว่าปี ก็ต้องอยู่ลำพังที่บ้าน เป็นห่วงแม่แต่ไม่รู้จะทำยังไง แต่สิ่งที่ทำให้ช้ำใจ คือ มาทราบหลังออกจากเรือนจำว่า สาเหตุที่ถูกจับเพราะเจ้าของควายที่แจ้งจับ ไปดูหมอดูในตำบล ซึ่งหมอดูระบุลักษณะรูปร่าง หน้าตา หุ่น และสีของรถ ซึ่งตรงกับตนกับสามี เป็นคนขโมยควายไป จึงไปแจ้งความกล่าวหาตนก่อนจะนำไปสู่การจับกุม ก็อดคิดน้อยใจไม่ได้ถึงการทำงานของหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรม แต่ยังโชคดีที่ศาลท่านมองเห็น แต่สิ่งที่ตนกับสามีเจอก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น ก็อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมารับผิดชอบที่ที่ต้องติดคุกฟรีถึง 8 เดือนจนหมดอนาคต
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายกำจัด นวชาติ อายุ 75 ปี ผู้แจ้งความซึ่งนายกำจัด ก็บอกว่า ไม่ได้มีเจตนาจะปักปรำใคร เพียงแค่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไปตามความจริง และคำให้การของพยานที่เห็น แต่ก็ยอมรับว่าหลังควายหายได้ไปดูหมอจริง และหมอดูก็บอกว่าคนที่ขโมยไปลักษณะแบบไหน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลของพยาน จึงทำให้เชื่อว่านายบุญเลี้ยง และภรรยา เป็นคนขโมยความไป
ทั้งนี้นายกำจัด ยังให้ความเห็นว่า เมื่อศาลท่านตัดสินมาแบบนี้ก็ต้องเคารพในคำตัดสินใจ ส่วนควายที่หายทั้ง 3 ตัวก็ไม่ได้คืนแต่หากถามความรู้ส่วนตัวก็ยังเชื่อว่านายบุญเลี้ยงเป็นคนขโมยไป