“เพื่อไทย” แฉ เอกสารลับซื้อเรือดำน้ำ ไม่ใช่จีทูจี ไม่มีข้อผูกพันต้องซื้ออีก 2 ลำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อวานนี้ (23ส.ค.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการที่ลงมติไม่เห็นชอบ นำเอกสารลับของกองทัพเรือมาเผยแพร่ พร้อมอ้างว่า “พล.ร.อ.ลือชัย” ไม่มีอำนาจเซ็นลงนามการซื้อขายแบบ รัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี

“ครูมานิตย์” แฉ ซื้อเรือดำน้ำเพิ่ม 2 ลำ เพราะ “บิ๊กตู่” รับปากจีนไว้

การลงมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT รัฐวิสาหกิจ และ ทุนหมุนเวียน สภาผู้แทนราษฎร กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก เมื่อวานนี้ (23ส.ค.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการที่ลงมติไม่เห็นชอบ นำเอกสารลับของกองทัพเรือมาเผยแพร่ พร้อมอ้างว่า “พล.ร.อ.ลือชัย” ไม่มีอำนาจเซ็นลงนามการซื้อขายแบบ รัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี

เอกสารที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นำมาเปิดเผยวานนี้้นั้น ประทับตราคำว่าลับมาก อ้างว่าได้มาจากการประชุมอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 คณะอนุกรรมาธิการที่ลงมติเห็นชอบจับซื้อเรือดำน้ำไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21ส.ค.)

นายยุทธพงศ์ แสดงรายละเอียดในบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่ตัวแทนกองทัพเรือนำมามอบให้ในที่ประชุม พร้อมระบุว่า เป็นเอกสารสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แต่เมื่อตรวจสอบ พบว่า เอกสารดังกล่าวไม่ใช่สัญญาแบบรัฐต่อรัฐ แต่เป็น เอกสารข้อตกลง ซึ่งระบุเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำเพียง 1 ลำ แล้วไม่มีข้อผูกพันว่าไทยต้องซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ 2 หรือ ลำที่ 3 จากจีน

ในเอกสารฉบับนี้ มีพล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งในขณะที่เซ็นเอกสาร ปี 2560 ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ส่วนฝั่งประเทศจีน ลงนามโดยบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน นายยุทธพงศ์ บอกว่า เมื่อเห็นข้อมูลนี้จึงเชื่อว่าไม่ใช่รูปแบบการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพราะหากเป็นสัญญาแบบรัฐต่อรัญจริง ผู้ลงนามฝั่งไทย จะต้องเป็น นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือหากจะเป็นคนอื่นอาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ชัดเจน แต่ในกรณีของพล.ร.อ.ลือชัย ไม่พบหนังสือมอบอำนาจใดใด รวมถึง ตำแหน่ง เสนาธิการทหารเรือก็ไม่สามารถรับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีได้ ยกเว้น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดังนั้น สัญญาดังกล่าวจึงต้องเป็นโมฆะ

อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ เห็นชอบซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ 22,500 ล้านบาท หลัง ฝ่ายค้านแพ้โหวต  

ทีมข่าวนำประเด็นนี้ไปถาม นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯชุดนี้ ซึ่งลงมติเห็นชอบกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ ชี้แจงว่า การที่พล.ร.อ.ลือชัยเซ็นชื่อลงนามจัดซื้อมีเอกสารมอบอำนาจชัดเจนจากรัฐบาล ย้ำว่า สามารถตรวจสอบได้

นายยุทธพงศ์ ย้ำว่าในวันพุธที่ 26 สิงหาคม เวลา 13.00 น.คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ จะให้อนุกรรมาธิการฯชี้แจงเรื่องเรือดำน้ำ ตัวเองจะเสนอให้กรรมาธิการชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ พร้อมขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดง หากแสดงไม่ได้ สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เพราะไม่มีความโปร่งใส ย้ำว่า หากนายกรัฐมนตรียังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำ เชื่อว่า จะเป็นจุดจบของรัฐบาล นอกจากนี้ยังตั้งฉายา ให้พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็น นายกไทยหัวใจเรือดำน้ำจีน

ด้านนายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 กล่าวถึงกรณี อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ มีมติเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ2 ลำ ของกองทัพเรือ วงเงิน 22,500ล้านบาท ทราบดีว่าการลงมติเห็นชอบการจัดซื้อ“เรือดำน้ำ”ครั้งนี้จะถูกโยงไปเติมเชื้อสถานการณ์การเมืองให้แรงยิ่งขึ้น ถึงจะอธิบายเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดซื้อว่า เป็นการดำเนินการตามงบผูกพันที่ต้องเตรียมการจัดซื้อไว้แต่เนิ่น ๆ กว่าจะจัดซื้อและได้เรือดำน้ำมาต้องใช้เวลาอีกหลายปี อีกทั้งยังเป็นการผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ไม่ได้จ่ายครั้งเดียว แต่ประชาชนคงไม่รับฟัง ดูแล้วน่าห่วงต่อสถานการณ์การเมือง

"ธนาธร" จี้ กองทัพ ทบทวนงบฯซื้อเรือดำน้ำ

ดังนั้น ในการประชุมกรรมาธิการงบประมาณฯ วันที่ 26 ส.ค. 2563 นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาชั่งน้ำหนักให้ดีถึงความขัดแย้งในประเทศที่จะตามมา ถ้ามีการซื้อเรือดำน้ำ กับความเสียหายที่ได้รับจากการเลื่อนซื้อเรือดำน้ำ อะไรจะเกิดผลกระทบมากกว่ากัน

อยากให้ที่ประชุมกรรมาธิการทบทวนการจัดซื้อ เพราะถ้าทำให้สถานการณ์การเมืองรุนแรงขึ้น ควรเลื่อนการจัดซื้อไปก่อน อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะมติของอนุกรรมาธิการยังไม่ใช่มติชี้ขาด กรรมาธิการชุดใหญ่สามารถทบทวนได้

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวกองทัพเรือ รัฐบาลได้อนุมติการจัดซื้อเรือดำน้ำทั้ง 3 ลำไปแล้วตั้งแต่ต้น ยึดตามความจำเป็นเรื่องความมั่นคง และ กองทัพเรือได้ใช้งบประมาณในกรอบของกองทัพเรือเอง การจัดซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำนี้ อยู่ในงบประมาณปี’63 แต่เนื่องจากจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กองทัพเรือได้ชะลอการจ่ายเงินไว้ก่อน พร้อมคืนงบประมาณให้กระทรวงกลาโหม(กห.)และรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 4,000 กว่าล้านบาท เป็นงบประมาณที่ต้องจ่ายการจัดซื้อเรือดำน้ำก้อนแรกในปี ’63 จำนวน 3,300 ล้านบาท ทำให้ต้องทร.ต้องขอเจรจากับจีน ตรงนี้ไม่มีใครพูดถึง

ซึ่งใน พ.ร.บ.งบประมาณในปี’64 จะต้องจ่ายเงินงวดแรก 3,900 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ได้ใช้เงินจัดซื้อทีเดียว 22,500 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว โดยเป็นการทยอยจ่ายตามงบประมาณที่ผูกพันซึ่งส่วนราชการอื่นก็ทำแบบเดียวกัน

อย่างไรก็ตามในวันนี้ (24 ส.ค.63) เวลา 13.30 น. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวชี้แจงในประเด็นต่างๆ กรณีการจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการในกองทัพเรือ

'กรณ์' ซัด​ วิกฤตศก.งบฯมีไว้แก้ปากท้อง "เรือดำน้ำ" คือสิ่งไม่จำเป็น!

 

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ