ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) บอกว่า ปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 มี.ค. นี้ แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่แนวคราสพาดผ่านโดยตรง จึงทำให้เห็นได้ไม่ชัดเจนเท่ากับเมืองเตอร์นาเต หมู่เกาะโมลุกะ ของอินโดนิเซีย แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย เพราะคนไทยไม่ได้เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงมาถึง 20 ปีเต็ม แล้วและโอกาสเกิดเต็มดวงรอบต่อไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 11 เม.ย. 2613 หรืออีกราว 54 ปีข้างหน้า สดร.จึงจัดทีมวิจัยและอุปกรณ์ในการศึกษา ออกเดินทางไปยังเกาะโมลุกะ ในวันที่ 6 มี.ค. เพื่อส่งสัญญาณถ่ายทอดสดปรากฎการณ์นี้ ให้คนไทยได้ชมทาง www.naris.or.th และในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ด้วย
แผนที่แสดงบริเวณที่สามารถสังเกตเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาในประเทศไทย วันที่ 9 มี.ค. 2559
สำหรับข้อควรปฏิบัติในการสังเกตการณ์สุริยุปราคา ดร.ศรัณย์ บอกว่า ต้องใช้อุปกรณ์โดยเฉพาะเท่านั้น ห้ามสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่าหรือแว่นกันแดดเด็ดขาด เพราะแสงอาทิตย์จะทำลายเซลส์ประสาทตาจนตาบอดถาวรได้ ห้ามสังเกตการณ์ผ่านกล้องทุกชนิด ทั้งกล้องถ่ายรูป กล้องโทรศัพท์มือถือ หรือกล้องโทรทรรศน์ที่ไม่ติดฟิลเตอร์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีเลนส์รวมแสง ยิ่งทวีกำลังของแสงอาทิตย์มากขึ้น นอกจากอันตรายแก่ดวงตาแล้ว อุปกรณ์ดังกล่าวจะเสียหายด้วย
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้อุปกรณ์ที่หาได้ใกล้ตัว เช่น กระดาษทึบ เจาะรูเล็กๆ ให้แสงลอดผ่าน แล้วทาบเงาลงบนพื้นผิวอื่น จะเห็นเงาที่ทอดลงเป็นวงกลมเว้าไปบางส่วน สัดส่วนเท่ากับขนาดของคราสในเวลานั้น เรียกว่าหลักการของ “กล้องรูเข็ม” กระชอนคั้นกะทิที่มีรูเล็ก ๆ ลำไผ่เจาะรู หรือแม้แต่ร่มไม้ที่มีแสงแดดลอดลงมาเป็นจุดเล็กๆ รวมไปถึงการดูจากเงาสะท้อนในน้ำ ก็สามารถใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ได้
หรือเดินทางไปที่จุดสังเกตการณ์ของ สดร. 5 จุดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา และสงขลา และเครือข่ายดาราศาสตร์ทั่วประเทศอีกกว่า 100 แห่ง ก็จะได้สังเกตเงาคมชัด ฉายผ่านกล้องโทรทรรศน์ และยังมีแผ่นฟิล์มพอลิเมอร์ดำ หรือฟิล์มไมลาร์ ซึ่งเป็นฟิล์มสีดำทึบ ใช้กรองแสงเพื่อสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ได้โดยตรง
“ขอย้ำว่าไม่สามารถดูสุริยุปราคาได้ด้วยตาเเปล่า ต้องใช้อุปกรณ์ที่ปลอดภัย เช่น กล้องโทรทัศน์สำหรับดูดวงอาทิตย์ กล้องที่ติดฟิลเตอร์กรองแสง หรือแว่นช่างเชื่อมเบอร์ 14 ขึ้นไป หากเป็นฟิล์มเอ็กซเรย์ต้องใช้ถึง 2 ชั้น ส่วนกระจกรมควันห้ามเด็ดขาดเพราะไม่สามารถกรองรังสีได้ แต่ที่แนะนำปลอดภัยคือการดูแบบทางอ้อม เช่น กล้องรูเข็มเจาะรูที่ฉายภาพไปยังฉากรับ มีหลายรูปแบบ เช่น ใช้กระบอกไม้ไผ่ กระชอนในครัวเป็นต้น หรือแม้แต่การดูจากเงาสะท้อนในน้ำ” รองผู้อำนวยการ สดร. กล่าวทิ้งท้าย